หนีจาก สี-แสง-เสียง ไป “เชียงคาน” (ตอนที่ 2)

วันที่สองของทริปเชียงคาน วันนี้พวกเราตื่นกันตั้งแต่ตีห้าเพื่ออาบน้ำแต่งตัว เพราะเรามีนัดกันว่าจะไปขึ้น “ภูทอก” เพื่อไปชมทะเลหมอกในยามเช้าและพระอาทิตย์แรกของวัน โดยภูทอกอยู่ไม่ห่างจากเชียงคาน ขับรถจากที่พักของเราย่านถนนคนเดินไม่ถึง 10 นาที ภูทอกเป็นภูเขาขนาดย่อมของอำเภอเชียงคาน แต่ความสวยงามไม่แพ้ที่ใดในประเทศไทยเลย เพราะเป็นสถานที่ที่สามารถชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง หรือหากใครมาช่วงกลางวันก็สามารถชมวิวแม่น้ำโขงที่พาดผ่านพรมแดนระหว่างไทยกับลาวได้อย่างสุดลูกหูลูกตา

พวกเราออกจากที่พักประมาณตีห้าครึ่งเพื่อไปยังทางขึ้นภูทอก โดยการขึ้นภูทอกนั้นเราไม่สามารถขับรถขึ้นเองได้ ต้องใช้บริการรถสองแถวท้องถิ่นจากบริเวณด้านล่างขึ้นไป เพราะถนนทางขึ้นลาดชันมาก ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ ส่วนค่ารถสองแถวก็คนละ 20 บาทเท่านั้น

รถสองแถวใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็พาเราไปถึงบนยอดภูทอก เวลานั้นพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นพอดี และเราโชคดีมากตามที่ลุงคนขับรถบอก คือวันนี้หมอกเยอะเป็นพิเศษ เพราะเราเห็นหมอกจัดตั้งแต่บลานจอดรถแล้ว ทำให้วันนี้ทะเลหมอกย่อมสวยเป็นพิเศษเช่นกัน 🙂 และเนื่องด้วยวันนี้เป็นวันเสาร์ทำให้คนค่อนข้างเยอะ แต่ก็ยังมีที่ให้เราสามารถเก็บภาพสวยๆ ได้พอสมควร

.

พวกเราใช้เวลาอยู่ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นประมาณเกือบชั่วโมงจนพระอาทิตย์ขึ้นเต็มที่เราก็ขึ้นรถสองแถวลงภูทอกกัน (ขาลงไม่เสียตังค์นะครับ) และตอนเราลงมาถึงด้านล่างท้องก็เริ่มหิวกันทันที จึงเดินหาของกินกันแถวนั้น ซึ่งมีทั้งอาหารท้องถิ่นอย่างไข่กระทะ ข้าวเปียก หรือข้าวเหนียวไก่ทอด เลือกได้จากร้านค้าบริเวณนั้นที่มีเป็นสิบร้านได้ตามใจชอบ

.

หลังจากท้องอิ่มกันแล้ว ตอนนั้นเกือบจะแปดโมงเช้าแล้วเห็นจะได้ พวกเราก็กลับไปยังที่พัก เพื่ออาบน้ำแต่งตัว (เพราะบางคนยังไม่ได้อาบน้ำเลย…..ตื่นเช้าจัด 😉 ) ส่วนคนที่อาบน้ำแล้ว ก็มีเวลาไปนั่งจิบกาแฟยามเช้าริมแม่น้ำโขงชมวิวประเทศลาว ณ อีกฝากหนึ่งอย่างสุดแสนจะชิลลลลลล์

.

จากนั้นช่วงสายๆ ของวัน เมื่อพวกเราพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว ก็เดินทางไปยังอีกจุดแลนด์มาร์คที่สำคัญของเชียงคานอีกแห่งนั่นคือ “สกายวอร์คเชียงคาน (Chiangkhan Skywalk)” ที่อยู่ห่างจากถนนคนเดินเชียงคานไปประมาณ 20 กม. ใช้ขับรถไปไม่ถึง 30 นาที สกายวอร์คแห่งนี้ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของเชียงคานที่ฮิตติดเทรนด์อย่างรวดเร็ว เพราะเป็นทางเดินกระจกพื้นใสตั้งอยู่บนหน้าผาที่มองเห็นวิวได้แบบพาโนรามาและด้วยเป็นจุดที่สามารถชมวิวแม่น้ำโขงจุดแรกที่ไหลผ่านภาคอีสานของไทย อีกทั้งเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระใหญ่ทำให้เป็นที่สวยงามต้องตาต้องใจเป็นอย่างมาก สกายวอร์คเปิดทุกวันตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ค่าเข้าชมคนละ 60 บาท เราไปถึงสกายวอร์คกันประมาณ 10 โมงกว่าๆ คนกำลังเยอะเพราะตรงกับวันเสาร์ เข้าแถวซื้อตั๋วและคัดกรองโควิดกันประมาณ 20 นาที ก็ได้คิวนั่งรถขึ้นไปบนสกายวอร์คกัน ขอบอกว่าวิวด้านบนสวยกว่าที่คาด เพราะวันนี้ฟ้าเปิด แดดกำลังดี อาจจะร้อนบ้าง แต่การได้เห็นวิวสวยๆ แบบนี้ถือว่าคุ้มค่าครับ

.

พากเราใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมงเดินเล่นถ่ายรูปอยู่บนสกายวอร์คกัน จนมารู้ตัวอีกทีก็ได้เวลาเที่ยงแล้ว ข้าวเช้าที่จัดกันไปนั้นเหมือนจะกำลังหมดฤทธิ์ จึงโบกมือลาสกายวอร์คเพื่อไปหาข้าวเที่ยงแบบต้นตำรับอีสานพร้อมวิวสวยๆ ริมแม่น้ำโขงที่ “แก่งคุดคู้” กัน

แก่งคุคคู้ คือแก่งหินที่กั้นขวางลำน้ำโขงอยู่ ทำให้ดูแล้วคล้ายๆ กับน้ำตก ริมฝั่งแม่น้ำโขงมีร้านค้าและร้านอาหารให้เลือกอยู่หลายร้าน อาหารหลักก็คงไม่พ้นส้มตำกับอาหารอีสานที่เป็นของขึ้นชื่อที่นี่ นานๆ ทีได้มานั่งรับประทานอาหารริมแม่น้ำโขงพร้อมชมวิวประเทศลาวกับอากาศเย็นๆ ช่วงปลายฝนต้นหนาวก็ให้ความรู้สึกได้มาพักผ่อนไปอีกแบบครับ

.

หลังจากที่อิ่มหนำสำราญแล้ว ช่วงบ่ายๆ ก็กลับที่พักกันเพื่อพักผ่อนเอาแรง และหลบจากแสงแดดช่วงบ่าย วันนี้ตอนเย็นเราวางแผนกันไว้ว่าจะไปเดินเล่นริมแม่น้ำโขงช่วงตะวันตกดินกัน ดังนั้นระหว่างรอพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ก็ขอเก็บแรงไว้กันครับ

ประมาณห้าโมงครึ่งบรรยากาศเริ่มใกล้พลบค่ำ แสงแดดลดความลดแรงลง เราก็ออกไปเดินเล่นริมแม่น้ำโขงกันตามแผน โดยที่ริมโขงใกล้กับถนนคนเดินนั้นมีทางเดินเลียบแม่น้ำให้พวกเราเดินชมวิวได้ยาวนับกิโล เก็บภาพสวยๆ ได้แทบทุกมุม เพลินจนรู้เวลาอีกทีก็เกือบจะสองทุ่มเข้าไปแล้ว

.

หลังจากที่ฟ้ามืดเราก็ตามสเตปเดิมคือ หาของกินที่ถนนคนเดินอีกวัน มาสองวันติดก็ไม่เบื่อเลย เพราะของขายและความน่าสนใจมีเยอะจริงๆ

.

เมื่อท้องอิ่มพวกเราก็กลับที่พักเพื่อพักผ่อนพูดคุยกันตามประสาเพื่อนที่นานๆ จะเจอกันที แต่ละคนก็ชีวิตที่น่าสนใจและมีเป้าหมายที่ต่างกันไป การได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกันก็ทำให้มีความสุขที่ได้รู้ถึงสารทุกข์สุขดิบของแต่ละคน ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพ เรายังเหลืออีกอย่างที่คนที่มาเชียงคานนั้นพลาดไม่ได้ นั่นคือ “ตักบาตรข้าวเหนียว” ในช่วงเช้า โดยที่เราสามารถสั่งจองอาหารและปัจจัยสำหรับตักบาตรได้ที่โรงแรมที่พักหรือร้านค้าตามถนนคนเดิน เมื่อถึงเวลาเช้าก็ไปตามนัดและตักบาตรที่ถนนคนเดินได้เลย โดยการตักบาตรข้างเหนียวนั้นจะเริ่มประมาณตีห้าครึ่งจนถึงประมาณหกโมงครึ่งครับ ถือเป็นการได้ทำบุญก่อนจะเดินทางกลับพร้อมด้วยความสุขใจ 🙂

.

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

SHIPY SIWARIT TIASUWATTISETH : เขียน

http://www.facebook.com/shipyshipdotcom

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s