MAE HONG SON TRIP [PART-2]

***ENGLISH IS AVAILABLE IN EACH PARAGRAPH ***

วันนี้…วันที่สองของการเดินทาง วันนี้เราตั้งใจตื่นเช้าตั้งแต่ 7 โมงเพื่อออกไปหาของกินยามเช้าในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ลองขับมอเตอร์ไซค์วนในเมืองผ่านตลาดสายหยุดก็เจอกับคนจำนวนมากจ่ายตลาดในยามเช้าและรับประทานอาหารเช้าแน่นทุกร้าน ตัวผมเองดูแล้วรอนานแน่นอนเลยออกไปทางถนนสีหนาทบำรุงที่มีขบวนแห่เมื่อคืนและไปเจอกับร้านโจ๊กและต้มเลือดหมูยามเจ้า (จำชื่อร้านไม่ได้แต่พิกัดตามนี้) สั่งโจ๊กหมูไปหนึ่งที่ราคา 30 บาทเท่านั้น รสชาตินุ่มละมุนลิ้นเหมาะกับยามเช้าอากาศเย็นๆ อย่างมาก…..ฟิน 😛

Second day in Mae Hong Son. I woke up since 7am to find the breakfast and refreshment in the city centre. Firstly, I tried to seek the food stall at Sai Yut Market, the biggest morning market in the city. But all food stalls were over-crowded. I decided to move to other place and found one porridge shop nearby walking street last night. I ordered 1 bowl of pork porridge. It’s good taste, mild and very suitable for morning refreshment. The cost was only 30 THB (1 USD).

.

เมื่อเติมค่าพลัง HP ในยามเช้าจนเต็มเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาเข้าไปล่าบอส…เอ้ย….ออกเที่ยวลุยแม่ฮ่องสอนกันต่อเลย โดยจุดหมายแรกของผมในวันนี้คือวัดจองคำ-จองกลางที่ผมมาดูวิวเมื่อวานยามค่ำคืนและวันนี้จะตามมาเก็บงานโดยการเข้าไปชมภายในวัดในยามกลางวันกัน โดยวัดนี้เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของแม่ฮ่องสอนที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2370 (อายุเกือบ 200 ปี) ศิลปะของวัดนี้เป็นแบบไทยใหญ่ที่ดูแปลกตา งดงาม และไม่เหมือนที่ไหน ใครมาแม่ฮ่องสอนต้องไม่พลาดที่จะมาเยือนวัดแห่งนี้ ภายในวัดนั้นเงียบสงบจนสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปภายในรั้วของวัด ถึงแม้จะอยู่กลางเมืองแต่ความเงียบสงบนั้นเงียบจนเราได้ยินเสียงหายใจตัวเราเองเลย

After my HP is recovered, it’s time to hunt the monsters. OOPS !….Sorry. It’s time to go out for our journey. The first destination was Chong Kham – Chong Klang Temples where I were here last night but did not get in. Today, we will visit and see beautifully Thai-Burmese temples. These temples are the “landmark” of This province which visitor must have not to miss. Inside the temples were quiet and definitely peaceful despite they are located in city centre. It was quiet until I could hear my breathing sound.

.

หลังจากเยี่ยมชมวัดจองคำ-จองกลางและได้กราบพระประธานเพื่อเป็นสิริมงคลแล้ว เป้าหมายถัดไปนั้นเราก็มุ่งไปสู่ “แลนด์มาร์ค” ที่สำคัญของแม่ฮ่องสอนอีกแห่งนั่นคือ “วัดพระธาตุดอยกองมู” วัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางเมืองแม่ฮ่องสอนที่อยู่ห่างจากวัดจองคำ-จองกลางออกไปเพียง 15 นาทีเท่านั้น แต่ต้องออกแรก “แว๊นซ์” มอเตอร์ไซค์ขึ้นเขากันหน่อย 🙂

วัดพระธาตุดอยกองมูสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2403 จุดเด่นสำคัญคือ “พระธาตุเจดีย์สีขาว 2 องค์” อันเป็นเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองที่ตั้งตระหง่านบนยอดเขาที่สามารถมองเห็นได้จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน อีกทั้งบนยอดดอยกองมูแห่งนี้ยังสามารถมองเห็นวิวตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

Then, I moved to another landmark of Mae Hong Son which is the symbol of this province, Wat Phra Tat Doi Kong Mu (Thai : วัดพระธาตุดอยกองมู). This temple is located in the top-hill where is only 15 minutes by matorbike from Chong Kham – Chong Klang Temples. But I have to bike up-hill to the temple.
This temple was built since 1860. The feature point is “Two white pagodas” on the top of the hill. We can see bird-eye-view of Mae Hong Son from this temple too.

.

เยียมชมพระธาตุดอยกองมูเสร็จก็เที่ยงวันพอดี ได้เวลาหาของกินอีกแล้ว ก็เลยลองหาข้อมูลจาก Google ว่าที่ไหนน่าไป “โดน” บ้าง (สมัยนี้มันสะดวกจริงๆ อยากรู้อะไรแค่ล้วงเอาโทรศัพท์มาส่อง) ว่าแล้วก็ไปสะดุดร้าน “ก๋วยเตี๋ยวป้าหอม” เข้า เพราะเห็นว่า “ใครมาแม่ฮ่องสอนต้องมาลอง” ร้านอยู่ไม่ไกล แค่เพียง 15 นาทีจากพระธาตุดอยกองมูเท่านั้น ใส่ชื่อใน Google Map ก็ขึ้นมาเลย ถึงร้านก็ไม่รอช้า สั่งเส้นหมี่หมูรวมลูกชิ้นมาในบัดดล รถชาติน้ำซุปหอมหวานแทบไม่ต้องปรุง หมูตุ๋นนุ่มละมุนลิ้นสุด……ฟิน 😛

I spent about an hour at Doi Kong Mu Temple. At that time, it was around noon. I know what you are thinking. Yes, it’s time for lunch. I had Googled to find some yummy local food and found “Aunty Hom Noodle (Thai : ก๋วยเตี๋ยวป้าหอม)” in the city center, only 15 minutes from this temple. In Google Map, it has review that you “MUST” try this noodle shop. I ordered Pork noodle soup with stewed pork and pork ball. It was tasty. Stewed pork was melted in the mouth and the soup was very umami. 😛

.

เมื่อท้องอิ่มแล้วก็มุ่งหน้าสู่จุดหมายถัดไปของเราในวันนี้เลยครับ นั่นคือ “สะพานซูตองเป้” อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร ขับมอเตอร์ไซค์ประมาณ 30 นาที (อ้อ…ลืมบอกไปครับว่าวันนี้ผมวางแผนว่าจะไปนอนที่บ้านรักษ์ไทยและสะพานซูตองเป้ก็เป็นทางผ่านพอดี) โดยสะพานซูตองเป้เป็นสะพานไม้ไผ่สานกว้าง 2 เมตร ยาว 500 เมตร สร้างโดยความศรัทธาของชาวบ้านและภิกษุสามเณรโดยไม่ใช้งบของรัฐบาล จุดประสงค์คือต้องการให้พระสงค์ใช้เดินข้ามทุ่งนามาบิณฑบาต จึงถือว่าเป็นสะพานแห่งแรงศรัทธาและคำว่า “ซูตองเป้” เป็นภาษาไทยใหญ่แปลว่า “อธิษฐานสำเร็จ” สะพานแห่งนี้เปืดให้ชมฟรี แต่นักท่องเที่ยงสามารถบริจาคได้ตามศรัทธา

Next, after the stomach is fulfilled, the next destination is Su Tong Pae Bridge (Thai : สะพานซูตองเป้) which is 15 km from city center and we can get there by motorbike what take only 30 minutes. This bridge is on the way to my final place of second day, Ban Ruk Thai (Thai : บ้านรักษ์ไทย). The bridge is built by villagers and monks by without any support from government. It is made from woven bamboo strips. It has 2m width and 500m length. The purpose is to facilitate the monks to walk cross over the rice field to the village. Local peoples are believed that this bridge is the bridge of faith. The word “Su Tong Pae” means successfully praying. This bridge is free to visit but visitors can donate as they wish.

.

ผมยอมรับว่าผมใช้เวลาอยู่ที่สะพานซูตองเป้นี้นานมาก น่าจะราวสองชั่วโมงได้ เพราะบรรยากาศมันได้จริงๆ ถึงแม้ผมจะมาช่วงบ่ายแต่ที่นี่ไม่ร้อนเลย ความเขียวขจีนั้นกลบความร้อนแรงของแสงแดดได้แทบจะหมดเลย อีกทั้งผมมาในวันธรรมดา คนแทบไม่มีเลย ใช้เวลาถ่ายรูปและเดินเล่นชมความงดงามของทุ่งนาและความสงบแบบบรรยากาศชนบทได้เต็มที่เลยครับ

จากนั้นสักก่อนบ่ายสามโมงเห็นจะได้ ผมก็มุ่งหน้าแวนซ์มอเตอร์ไซค์คู่ใจฝ่าทางร้อยโค้งขึ้นเขาเพื่อไปยังสถานที่ซุกหัวนอนวิวระดับร้อยร้านของวันนี้คือ “ลีไวน์รักไทยรีสอร์ท (Lee Wine Ruk Thai Resort)” ที่อยู่ห่างออกไปอีกประมาณชั่วโมงเศษๆ

I admitted that I had spent almost 2 hours at this bridge because I really love the peacful atmosphere with green rice field. Despite it was afternoon time, but the weather was not so warm and very comforatble for relaxation walking and photo shooting.
Then, about 3pm, I had biked through the hundreds of curve and up-hill road to one of the most beautiful hotel in Thailand where I will stayed on tonight and tomorrow, Lee Wine Ruk Thai Resort (Thai : ลีไวน์รักไทยรีสอร์ท). The hotel is 35km from Su Tong Pae bridge and took 1 hour by motorbike.

.

ขอบอกว่าลีไวน์รักษ์ไทยจองยากมากกกกกกกกก….เพราะมีอยู่ไม่กี่ห้องและเป็นรีสอร์ทที่ใครมาบ้านรักษ์ไทย (แม่ออ) นั้นใฝ่ฝันอยากมาเยือนสักครั้ง ด้วยบรรยากาศที่ตั้งบนเนินเขาพร้อมไร่ชารายล้ม มองเห็นทะเลสาบกลางหมู่บ้านได้แบบชัดเจน และอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี จึงเป็นเหตุผลที่ต้องมานอนที่นี่สักครั้งในชีวิตครับ ส่วนตัวผมเองจองล่วงหน้ากว่า 2 เดือนเพื่อที่จะได้มานอนที่นี่สองคืน….เอาให้ซึมซับบรรยากาศให้เต็มที่เลย และวันนี้กะว่าไปเชคอินเสร็จก็จะเดินเล่นชมไร่ชาและบรรยากาศริมทะเลสาบยามเย็นเพื่อรีเฟรชความสดชื่นเข้าร่างกายกัน

I can tell you that this hotel is extremely difficult to book because it is very popular and always fully-booked. I have to book almost 2 months in advance. The hotel is looked like small house on the hill and surrounded by tea plantation. From the room, we can see the lake which is located in the center of village. And, the elevation here is 1,350m from sea level, the weather is cold & comfy all year round. I decided to spent 2 nights here to fully absorb the freshness to me body. 🙂

.

เต็มที่กับชีวิตไปอีกวันครับวันนี้ เที่ยวตั้งแต่ในเมือง ขึ้นดอยลงดอย ขับมอเตอร์ไซค์ผ่านถนนคดเคี้ยว จนได้มาพักในสถานที่เรียกได้เต็มปากว่า “สวรรค์บนดิน” ถือว่าความเหนื่อยหายไปปลิดทิ้ง ได้แต่ความทรงจำและประสบการณ์ดีๆ กลับเข้ามาสู่ในใจแทน ได้เรียนรู้สิ่งที่ได้เจอได้พบได้เห็นว่าโลกนี้มีอะไรดีๆ อีกเยอะ อยู่ที่ว่าใจเราจะเปิดรับมันเข้ามาหรือไม่เท่านั้น….วันนี้ฝันดีครับ

Today is also the one of extreme day in my life. since I spent the day from Mae Hong Son center. Biked along up-hill and curvy road to the place what I can call it as “Heaven on Earth”. The exhaustness was disappeared when I take a breath at Ban Ruk Thai. Today can teach myself that this world still has infinite good thing if I just open my mind…..Good Night 🙂

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

SHIPY SIWARIT TIASUWATTISETH : Written

https://www.facebook.com/SHIPYSHIPDOTCOM

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s