Day-7 in USA : Have Fun in Washington DC

วันนี้ผมตื่นประมาณ 7 โมงครึ่งพร้อมกับอากาศฝนพลำๆ กับอุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส แล้วก็ฝ่าความหนาวไปอาบน้ำเรียกความสดชื่น ปรากฏว่าไม่มีใครอาบน้ำตอนเช้าเลย ห้องน้ำที่เป็นห้องน้ำรวมพื้นแห้งสนิท คงมีแค่ผมคนไทยที่ดูจะรักความสะอาดมากกว่าใคร (แหม่….ภูมิใจ) จากนั้นก็ลงไปรับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกันเมืองหลวง (พูดซะดูดี) โดยอหารเช้าที่นี่ก็จัดแบบง่ายๆ มีชนมปัง ชา กาแฟ นมสด โยเกิร์ต คอนเฟล็ค ให้เราเลือกรับประทานแบบบุฟเฟ่ต์

หลังจากรับพลังจากอาหารเช้าไปแล้ว ผมก็พร้อมที่จะออกลาดตระเวนชมกรุงวอชิงตัน โดยวอชิงตันนั้นเมืองไม่ใหญ่ สามารถเดินเท้าเที่ยวได้รอบเมือง ทางเท้าและทางข้ามถนนเป็นระเบียบ เดินง่ายมาก เช้าวันนี้อากาศหนาวกำลังดี แต่มีความชื้นสูงไปหน่อย เพราะฝนเพิ่งจะหยุดตกไป แต่ก็เดินสบาย ไม่มีน้ำขัง บรรยากาศเมืองเงียบสงบมากถึงแม้จะเป็นเมืองหลวง คนไม่พลุกพล่าน รถไม่ติด ถึงแม้จะเป็นวันทำงานก็ตาม เป้าหมายแรกของผมในวันนี้คือเปิดหัวกันที่ไฮไลท์ของกรุงวอชิงตันเลยคือ “ทำเนียบขาว (The White House)” ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมเราประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที

ทำเนียบขาว” ชื่อนี้คิดว่าทุกคนต้องเคยได้ยินแน่นอน เป็นสถานที่พำนักและที่ทำงานของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1800 สมัยประธานาธิบดี John Adams ตั้งอยู่ที่ถนน Pensylvania ตัวอาคารถูกออกแบบในสไตล์ Neoclassical โดยสถาปนิคสายเลือกไอร์แลนด์ชื่อ James Hoban ใช้เวลาก่อสร้าง 8 ปี ภายในมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 5,100 ตารางเมตร มีทั้งหมด 132 ห้อง มีสระว่ายน้ำ 1 สระ ทำเนียบขาวเคยถูกทำลายโดยการเผาในช่วงสงครามปี 1812 และถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ห้องและพื้นที่ใช้สอยภายในได้ถูกเปลี่ยนแปลงหลายครั้งตามประสงค์ของประธานาธิบดีแต่ละสมัย สำหรับประชาชนชาวอเมริกัน การเข้าชมภายในทำเนียบขาวสามารถทำได้ไม่ยาก แต่สำหรับชาวต่างชาตินั้นต้องทำเรื่องขอเข้าชมผ่านสถานทูตและใช้เวลาขออนุมัตินานด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัย (สามารถอัพเดตข้อมูลการเข้าชมทำเนียบขาวผ่านเว็บไซต์สถานทูตไทยได้ที่นี่) จึงแทบที่จะเป็นไปไม่ได้เลยที่ชาวต่างชาติจะสามารถเข้าชมทำเนียบขาว แต่การชมภายนอกรั้วยังสามารถทำได้และจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามประตูคอยดูแลนักท่องเที่ยวที่มาถ่ายรูปอย่างใกล้ชิด

ด้านหน้าทำเนียบขาว วิวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว
วิวทำเนียบขาวจากด้านหลัง
ทำเนียบขาวยามค่ำคืน

.

ผมใช้เวลาถ่ายรูปด้านหน้าทำเนียบขาวเสร็จแล้วก็เดินวนไปเพื่อถ่ายจากวิวด้านหลัง (The Eclipse) จริงๆ แล้วช่วงค่ำๆ ผมกลับมาอีกทีเพื่อมาดูบรรยากาศยามค่ำคืนด้วย แล้วจากด้านหลังทำเนียบขาวเราสามารถเดินไปแลนด์มาร์คอีกแห่งของวอชิงตันได้คือ Washington Monument ใช้เวลาเดินไม่นานประมาณ 10 นาทีก็ถึง Washington Monument หรือชื่อภาษาไทยว่า “อนุสาวรีย์วอชิงตัน” เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างแด่ George Washington ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา มีลักษณะเป็นแท่ง Obelisk ที่ทำด้วยหินอ่อน แกรนิต และหินทราย สูง 169 เมตร ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ด้วย ออกแบบโดย Robert Mills สร้างเสร็จในปี 1884 และถูกขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติเมื่อปี 1966

.

ระหว่างที่ผมเดินชม Washington Monument อยู่ได้สักพัก ฝนที่ปรอยก็เริ่มตกหนักลงมาดื้อๆ ผมเลยต้องหาที่หลบกระทันหัน มองซ้ายมองขวาก็ได้เจออาคารใกล้ๆ กัน เลยวิ่งไปหลบฝน และเมื่อมองป้ายที่หน้าอาคารก็เห็นว่าเป็น Smithsonian National Museum of American History: Kenneth E. Behring Center ซึ่งตอนแรกไม่อยู่ในแผนเลย แต่ดูแล้วคนต่อคิวเข้าเยอะพอควร (แต่ละคนไม่ได้เปียกฝนเลย แสดงว่าไม่ได่จะเข้าเพื่อหลบฝน ซึ่งหมายความว่ามันต้องพิเศษและน่าสนใจมากแน่ๆ ที่สำคัญเข้าฟรีครับ สรุปเข้าทางเราเหมือนสวรรค์ประสงค์ให้เราเข้าชมพิพิธภัณฑ์นี้ 🙂 ซึ่งมันก็น่าสนใจและผมอยากจะด่าตัวเองว่าตอนวางแผนทำไมไม่ใส่ไว้ในแผนเลย เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง)

Smithsonian National Museum of American History : : Kenneth E. Behring Center เป็นสถานที่เก็บรักษา สะสม และจัดแสดงมรดกสำคัญของชนชาติอเมริกันในแง่ของสังคม การเมือง วัฒนธรรม วิทยาการ และการทหาร สร้างขึ้นเมื่อปี 1964 ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ถูกออกแบบโดยสถาปิกชื่อ McKim Mead & White เนื้อหาหลักที่เราได้จากการเข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือได้รู้ถึงประวัติศาสตร์ของอเมริกันตั้งแต่ก่อตั้งชาติ ประวัติของชาวพื้นเมือง รวมถึงทำเนียบประธานาธิบดีตั้งแต่ยุคเริ่มแรก เรียกได้ว่าการได้มาที่นี่เพียงที่เดียวก็สามารถทำให้เราย้อนเวลากลับไปตั้งแต่สมัยก่อตั้งประเทศชาติจนมาถึงปัจจุบัน ทำให้คนที่ไม่ได้สนใจประวัติศาสตร์อย่างผมนั้นเปลี่่ยนมุมมองมาชอบประวัติศาสตร์ ณ เวลาที่ได้ชมพิพิธภัณฑ์ได้เลย National Museum of American History เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันตั้งแต่ 10.00 น. ถึง 17.30 น.

.

ผมใช้เวลาเดินภายในพิพิธภัณฑ์ไปน่าจะเกือบชั่วโมงครึ่ง ไล่ดูตั้งแต่สมัยที่ชนพื้นเมืองอเมริกันนั้นยังเป็นประชากรส่วนใหญ่ประเทศ ถัดมาก็ดูทำเนียบประธานาธิบดีและสตรหมายเลขหนึ่งในแต่ละสมัย จนถึงยุคที่มีการพัฒนารถไฟ และจบถึงยุคปัจจุบันที่สำรวจได้ถึงอวกาศ ช่างน่าทึ่งมากสำหรับพัฒนาการของชาวอเมริกัน ระหว่างเดินชมก็พบบรรดากลุ่มเด็กนักเรียนและนักศึกษาเข้ามาทัศนศึกษากันเยอะมากด้วย จากนั้นเมื่อประมาณเที่ยงกว่าๆ ฝนเริ่มซา ผมก็ขอย้ายไปดูสถานที่สำคัญอีกที่ที่ทุกคนน่าจะคุ้นกับชื่อนี้ดีคือ “สภาครองเกรส (US Capitol)” หรืออีกชื่อหนึงว่า “Capitol Building” เป็นสถานที่ทำงานของสมาชิกสภาครองเกรสและสภานิติบัญญัติสูงสุดของอเมริกา (เปรียบเหมือนกับ “รัฐสภา” ของประเทศไทยเรา) เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ออบแบบโดย William Thornton ด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Neoclassic สร้างแล้วเสร็จในปี 1800 ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 7 ปี อาคารก่อด้วยหินอ่อนสูง 5 ชั้น ส่วนยอดโดมสูง 82 เมตร ถูกยกให้เป็นหนึ่งในอาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดในโลกด้วย

.

ประมาณสักเกือบบ่ายโมงผมก็ท้องเริ่มหิว เลยตัดสินใจหาอะไรกินในเมืองวอชิงตันแต่ระหว่างเดินก็ชมเมืองไปเรื่อยๆ เมืองที่นี่น่าอยู่ดีมาก คนไม่พลุกพล่าน ผังเมืองเป็นบล็อกเหมือนนิวยอร์ค เดินไปเรื่อยๆ ไม่หลงแน่นอน และมื้อกลางวันผมวันนี้ก็จบที่แมคโดนัลด์อีกเช่นเคย เอาสะดวกเข้าว่า จากนั้นก็นั่งพักให้หายเมื่อยขา แล้วประมาณสักบ่ายสามโมงก็ไปต่อกันอีกที่ย่าน Georgetown โดยผมใช้วิธีการเดินเหมือนเช่นเคยครับ เพราะถึงแม้จะอยู่ห่างออกไป 3 กิโลเมตรกว่าๆ แต่ผมก็ยังมีเวลาเหลือก่อนตะวันจะตกดินและหลงรักการเดินชมเมืองวอชิงตันไปเสียแล้ว 🙂

คิดอะไรไม่ออก….บอก McDonald – กินง่าย ไม่ต้องกลัวว่าจะสั่งไม่ถูกด้วย

.

Georgetown เป็นย่านชุมชนที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงวอชิงตัน อยู่ใกล้กับแม่น้ำ Potomac ย่านนี้เป็นย่านที่มีเสน่ห์ในแง่ของสถาปัตกรรมบ้านเรือนแบบ Federal style มีร้านค้างานแฟชั่นและงานดีไซน์ รวมถึงร้านอาหารเก๋ๆ อยู่หลายร้านตามแนวถนน Wisconsin Ave และถนน M Street อีกทั้งสามารถเดินไปชมวิวริมแม่น้ำได้อีกด้วย

.

ผมเดินไปตามย่าน Georgetown แล้วก็เลี้ยวออกมาเพื่อไปเดินริมแม่น้ำผ่านทางด้านหน้าสถานทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ขอบอกว่าวิวยามเย็นริมแม่น้ำนั้นสวยงามมาก อีกทั้งวันนี้เป็นเย็นวันศุกร์ ผู้คนก็ออกมาพักผ่อนกัน Shopping Mall ที่อยู่ใกล้ๆ กันนั้นคนเยอะพอสมควร เด็กวัยรุ่นออกมาเล่นสเก็ตน้ำแข็งกัน ผู้ใหญ่ก็ออกมานั่งแฮงค์เอาท์ ดูแล้วเป็นอะไรที่ชิลล์มากๆ สำหรับเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองหลวง

.

เมื่อตะวันเริ่มลับขอบฟ้าผมก็เดินกลับไปยังใจกลางเมืองอีกครั้ง อย่างที่ผมเกริ่นไว้แต่แรกว่าผมกลับไปถ่ายรูปทำเนียบขาวยามค่ำคืน และระหว่างทางก็ชมบรรยากาศเมืองยามค่ำคืนวันศุกร์อีกด้วย

.

หลังจากได้ชมบรรยากาศยามค่ำคืนจนพอใจแล้วผมก็ถือโอกาสหาอะไรใส่ท้องเป็นอาหารเย็น ก่อนจะกลับโรงแรมเพื่อที่จะแพ็คกระเป๋าสัมภาระให้เรียบร้อย เพราะวันพรุ่งนี้ผมจะเดินทางกลับแล้ว ถือว่าวันนี้เป็นหนึ่งวันที่เดินเที่ยวจนคุ้มมาก ถึงจะเหนื่อยแต่ก็รู้สึกโล่งใจสุดๆ ที่ได้ออกมาใช้ชีวิต ใช้เวลากับตัวเราเอง ทำให้มีพลังพร้อมกลับไปต่อสู้กับชีวิตของเรา อีกทั้งรู้สึกว่าชีวิตได้ “Level Up” ขึ้นไปอีกขั้นจากการมาเทียวอเมริกาด้วยตัวเองในครั้งนี้ เพราะอย่างน้อยก็เป็นการพิสูจน์ตัวเองว่า “เราสามารถเดินออกมาจากชีวิตแบบเดิมๆ เพื่อออกไปค้นหาในสิ่งที่เราไม่เคยพบเจอได้” และยิ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้ไปง่ายๆ (แต่ก็ไม่ยากเกินไป) อย่างอเมริกา…..ดินแดนแห่งเสรีภาพ

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

SHIPY SIWARIT TIASUWATTISETH : เขียน

HTTPS://WWW.FACEBOOK.COM/SHIPYSHIPDOTCOM

One thought on “Day-7 in USA : Have Fun in Washington DC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s