[REVIEW] Vietnam Airline – Airbus A321 จาก Bangkok ไป Ho Chi Minh

ทริปนี้ผมต้องมีภารกิจเดินทางไปทำงานที่ประเทศเวียดนามครับ ปีนี้ไปเวียดนามบ่อยมากจนเพื่อนแซวว่าสงสัยจะมีเมียอยู่เวียดนามเลยต้องไปบ่อย 😛 แต่ความเป็นจริงคือไปทำงานจริงๆ ครับ ทริปนี้ตั้งใจว่าจะบินการบินไทยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ไฟลท์สายการบินแห่งชาติของเราดันเต็มเสียอย่างนั้น เลยต้องมาที่ตัวเลือกที่สองคือสายการบินประเทศเจ้าถิ่นอย่างเวียดนามแอร์ไลน์แทน ซึ่งราคาค่าตั๋วไปกลับ Bangkok – Ho Chi Minh นั้นราคาก็เป็นมิตรอีกด้วย (แต่ก็แอบหวั่นใจเรื่องบริการที่อาจจะสะท้อนราคาตั๋วถูกอยู่เหมือนกัน แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ บินแค่ชั่วโมงเดียวคงไม่ได้ต้องการอะไรมากมายอยู่แล้ว) ว่าแล้วก็จัดการจองในทันใดและได้ตั๋วมาในทันควัน พร้อมเดินทาง !

รายละเอียดสำหรับเที่ยวบินนี้เป็นดังนี้ครับ

ROUTE        : BANGKOK (BKK) – HO CHI MINH (SGN)
FLIGHT       : VN604 – VIETNAM AIRLINE
AIRCRAFT   : AIRBUS A321 
ETD              : 14:25 PM (GMT+7)
ETA               : 16:05 PM (GMT+7)
DURATION   : 1 HOURS 40 MINUTES
CABIN           : ECONOMY

.

เริ่มจากผมเดินทางไปถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประมาณ 11.30 น. (3 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก) โดยก่อนเดินทางได้ทำการเช็คอินออนไลน์ไว้แล้วเพื่อเลี่ยงการต่อคิวยาว สามารถเข้าช่องเช็คอินออนไลน์เพื่อโหลดกระเป๋าได้เลย โดยสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์เปิดให้เช็คอินและโหลดกระเป๋าที่แถว L สำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

.

.

หลังจากที่โหลดกระเป๋าและได้ Boarding Pass มาแล้ว ก็ผ่านกระบวนการ Security check และ Immigration ตามปกติ จากนั้นมีเวลาเหลือพอสมควรได้เดินเล่นและหาอะไรรองท้องก่อนขึ้นเครื่อง (ตอนนั้นคาดว่าบินแค่ชั่วโมงเดียวคงเสิร์ฟแค่อาหารเบาๆ บนเครื่องแน่นอน ถึงแม่จะเป็น Full Service ก็เหอะ หาอะไรกินให้สบายท้องก่อนดีกว่า 🙂 ) วันนี้เราจะ Boarding ขึ้นเครื่องกันที่ประตูหมายเลข F2

.

.

หลังจากที่เดินเล่นและหาของกินใส่พุงเรียบร้อยแล้ว ประมาณสัก 45 นาทีก่อนเครื่องออก ผมก็ไปประจำการที่ประตู F2 ตามเวลา Boarding time ที่ระบุหน้าตั๋วครับ เมื่อไปถึงเครื่องก็มาจอดรอเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

.

หลังจากนั่งรอได้ไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็ประกาศเรียกขึ้นเครื่องตามตำแหน่งที่นั่งครับ โดยเที่่ยวบินนี้มีผู้โดยสารเต็มลำเลย ประมาณ 90 % เป็นชาวเวียดนาม มีคนไทยและชาวต่างชาติไปด้วยน้อยมาก

.

ที่นั่งภายในเครื่องจัดเป็นแบบ 2-2 สำหรับ Business Class และ 3-3 สำหรับ Economy Class ตามแบบฉบับเครื่องแบบ Narrow Body / Single Aisle ทั่วไป

.

สำหรับเครื่องรุ่นนี้ไม่มี PTV ครับ มีแค่จอส่วนกลาง ส่วนของเล่นและนิตยสารหน้ากระเป๋าที่นั่่งก็มีเท่าที่เห็น ที่นั่งถือว่าไม่กว้างไม่แคบ ผมสูง 183 ซม. ก็นั่งเข่าเกือบชน แต่ก็ไม่อะไรมาก เพราะบินแค่ชั่วโมงเดียว (ถ้าบินยาวๆ กับที่นั่งแบบนี้มีเมื่อยชัวร์) 🙂

.

เมื่อ Boarding ผู้โดยสารครบแล้ว กัปตันก็พา Push Back และ Take Off ออกจากกรุงเทพตามเวลา

.

หลังจากที่ตั้งลำได้แล้วและสัญญาณรัดเข็มขัดดับลง ก็เริ่มสำรวจห้องน้ำก่อนเลย โดยรวมสะอาดดีครับ มีสบู่ล้างมือให้ด้วย และผมไม่รู้ว่าด้วยเทคนิคอะไร คือมีการนำเอาถุงชามาห้อยประตูหน้าห้องน้ำด้วย เข้าใจว่าเอาไว้ใช้ดับกลิ่น 😛

.

จากนั้นพนักงานก็บริการอาหารว่าง ซึ่งก็เป็นไปตามที่ผมคาดการไว้คือ ไม่ได้เพียงพอสำหรับกินอิ่มแน่นอน และอาหารที่ได้คือ สลัดมันฝรั่่งเสิร์ฟพร้อมผักสดและหมูยอเวียดนาม พร้อมด้วยผลไม้และขนมปังหนึ่งก้อน ที่สำคัญไม่มีตัวเลือกครับ มีเมนูเดียวสำหรับไฟลท์ Short Haul แบบนี้ ส่วนรสชาติก็บอกได้คำเดียวว่า “บันเทิงลิ้นมาก” ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกทั่วไปทั้งน้ำผลไม้ น้ำอัดลม ปิดท้ายด้วยชา-กาแฟ กินไปดูวิวไปก็เพลินดี 🙂

.

หลังจากรับประทานอาหารและเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว Cabin Crew ก็เริ่มทยอยเก็บภาชนะคืนและเตรียมตัวลดระดับสู่ท่าอากาศยาน Tan Son Nhat Airport อย่างรวดเร็ว สนามบินแห่งนี้แทบจะอยู่ใจกลางเมืองเลย (อารมณ์คล้ายสนามบินเชียงใหม่บ้านเราครับ) ก่อนเครื่องจะ Landing เราสามารถเห็นวิวบ้านเมืองของนครโฮจิมินห์ได้อย่างชัดเจน

.

จากนั้นกัปตันก็พา Landing อย่างปลอดภัยและนำเครื่องบินเข้าจอดเทียบ แต่วันนี้เป็น Bus Gate เสียอย่างนั้น ต้องต่อรถเข้าอาคารผู้โดยสารอีกที

.

จากนั้นเมื่อเข้าสู่ตัวอาคารเราก็ผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง โดยที่นี่ไม่ว่าจะชาวเวียดนามหรือชาวต่างชาติต้องเข้าคิวตรวจกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเหมือนกัน ไม่มีเครื่องอัตโนมัติเหมือนบ้านเรา ทำให้คิวที่นี่ยาวพอสมควร ใครจะต่อเครื่องที่นี่ต้องเผื่อเวลามากหน่อยครับ และเมื่อผ่านการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว (ใช้เวลาประมาณ 20 – 30 นาที) ค่อยรับกระเป๋า วันนี้เรารับกระเป๋าที่สายพานหมายเลข 1

.

.

เมื่อรับกระเป๋าแล้วก็จัดการหารถเข้าเมืองเพื่อไปยังโรงแรมและพักผ่อน โดยหลักๆ แล้วเวลาผมมาเวียดนามผมสะดวกใช้แอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่/รถ GRAB เพราะสะดวก ราคาถูกกว่าบ้านเราเยอะ และไม่มีปัญหาเรื่องถูกโกง รวมถึงไม่ต้องเสียเวลาสื่อสารกับคนขับแท็กซี่ (คนเวียดนามส่วนมากไม่พูดภาษาอังกฤษ)

หลังจากถึงโรงแรมแล้วก็พักผ่อนเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานในวันถัดไป และผมขอจบการรีวิวไฟลท์นี้ไว้เพียงเท่านี้ โดยรวมถือว่า Vietnam Airline ไม่ได้ขี้เหร่อะไร เรื่องของราคา บริการและความตรงต่อเวลาถือว่าอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ นับเป็นหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการบินแบบ Full Service มายังประเทศเวียดนามรวมถึงต่อเครื่องไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่น ประเทศท่องเที่่ยวยอดฮิตของคนไทย ที่สายการบินนี้เล่นโปรโมชั่นมายั่วยวนคนไทยอยู่บ่อยๆ ที่สนามบินโฮจิมินห์ก็เห็นคนไทยถือถุงใส่ของฝากจากญี่ปุ่นเยอะมาก เข้าใจว่ามาต่อเครื่องที่นี่กันทั้งนั้น) ส่วนตัวผมให้คะแนนสำหรับสายการบินนี้ 7.5 (จากคะแนนเต็ม 10) ครับ

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

WRITTEN BY : SHIPY SIWARIT TIASUWATTISETH

Http://www.facebook.com/shipyshipdotcom

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s