เที่ยวออสเตรเลียวันที่ 6 : Phillips Island – Penguin Parade

     วันนี้เราตื่นกันประมาณเกือบแปดโมงเช้าเพราะเมื่อวานเราเหนื่อยจากไปเที่ยวทริป Great Ocean Road ทั้งวันและกลับถึงโรงแรมสามทุ่มกว่า และวันนี้เราก็มีแพลนออกไปเที่ยวนอกเมืองอีก 1 วันจากที่เราซื้อ Day Trip ไป Phillips Island เพื่อไปชม Penguin Parade เอาไว้ แต่เนื่องจากเพนกวินจะขึ้นจากทะเลเข้าฝั่งตอนพลบค่ำ ทัวร์ของวันนี้จึงเริ่มล้อหมุนบ่ายโมงตรง เท่ากับว่าช่วงเช้าเรายังพอมีเวลาเดินเล่นและเที่ยวชมเองก่อนไปขึ้นรถได้

     หลังจากอาบน้ำแต่งตัวกันเรียบร้อยแล้วประมาณเก้าโมงเช้าเราก็ออกจากโรงแรมเพื่อเดินไปตลาด Queen Victoria Market ที่อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเรา เดินแค่ 10 นาทีก็ถึง เนื่องจากวันแรกที่เรามาถึงเป็นวันพุธตลาดปิด วันนี้วันศุกร์จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะไปเที่ยวตลาดนี้กัน Queen Victoria Market เป็นตลาดหลักของ Melbourne ตั้งอยู่ค่อนไปทางด้านเหนือของตัวเมือง (คล้ายๆ จตุจักรบ้านเรา) เป็นตลาดแบบ Open Air มีพื้นที่ถึง 17.5 ไร่ ภายในตลาดมีแบ่งเป็นโซนอย่างชัดเจน เช่น โซนเสื้อผ้า โซนของใช้ในบ้าน โซนผักสด โซนเนื้อสัตว์ โซนอาหารแห้ง เป็นต้น ราคาสินค้าที่ตลาดนี้จะถูกมากเมื่อเทียบกับราคาตามซุปเปอร์มาร์เกต จึงเป็นที่นิยมของคนที่นี่รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่มาหาซื้อของกินและของฝากราคาไม่แพงด้วย Queen Victoria Market เปิดตั้งแต่หกโมงเช้าถึงประมาณบ่ายสองโมง (วันศุกร์เปิดถึงห้าโมงเย็น) และปิดทุกวันจันทร์และวันพุธ

 

1

โซนขายเสื้อผ้าภายในตลาด Queen Victoria Market

 

2

ของใช้ในบ้านราคาไม่แพงหาได้จากที่นี่

 

3

ร้านขายผัดสดๆ ต้นหอมผักชีก็มี ใครสนใจปรุงอาหารเองมาร้านนี้ได้

 

 

4

ร้านขายเนื้อสดดูดีและน่าซื้อมาก

 

5

Cheese Lover เชิญทางนี้ มีให้เลือกเยอะมากมาย

 

6

เครื่องปรุง เครื่องเคียงต่างๆ มาร้านเดียวครบ

 

7

ร้านนี้ไส้กรอกและเนื้อแปรรูปน่ากินมาก

 

     พวกเราได้ของฝากเล็กๆ น้อยๆ ราคาไม่แพงจากที่นี่และเดินดูของกันเรื่อยๆ เพลินตาดี มีตั้งแต่เนื้อสัตว์ขายเป็นกิโล ต้นหอมผักชีสดก็มี และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือชีสที่มีให้เลือกหลายอย่างและราคาค่อนข้างถูก ใครเป็น Cheese Lover ลองมาเดินที่นี่ได้ เราเดินเล่นกันที่นี่ประมาณชั่วโมงเศษ แล้วก็หามื้อเที่ยงกินกัน ก่อนจะไปเดินเล่นกันย่านถนน Flinder Street และหาซื้อเสบียงตุนไประหว่างทริปด้วย เพราะเราจะออกกันตอนบ่ายและกลับมาอีกทีสามทุ่มเลย

 

8

9

บรรยากาศถนน Flinder Street ในช่วงเที่ยงวัน

 

10

รถ Tram สาย 35 ที่วิ่งในเขต Free tram zone ขึ้นสายนี้ไม่ต้องเสียตังค์

     เวลาประมาณ 12.40 น. เราก็ไปถึง Federation Square ที่เดิมที่เราขึ้นรถไป Great Ocean Road เมื่อวานนี้ ทางรถโค้ชของ Gray Line ก็จอดรอเราอยู่แล้ว หลังจากที่เรายื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่แล้วก็จับจองที่นั่งกันตามสะดวก วันนี้คนไปกับเราไม่เต็มรถเท่าไหร่ (ประมาณ 20 คน) พวกเราเลือกที่นั่งกันด้านล่างหลังเบาะคนขับ และวันนี้ไกด์ของเราคือลุง Jeff ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งคนขับและคนบรรยายไปด้วย

     เมื่อได้เวลาบ่ายโมงตรงล้อก็หมุนตามเวลา ระหว่างทางเมื่อผ่านสถานที่ใดหรือเมืองใด ลุง Jeff ก็จะอธิบายประวัติความเป็นมาหรือลักษณะโดยทั่วไปให้เรารู้ ที่สำคัญวันนั้นตามทางที่เราเดินทางไปนั้นฝนเพิ่งหยุดตก ทำให้มีสายรุ้งให้เราเห็นแทบตลอดทาง เป็นวิวทุ่งนาเขียวขจีสลับกับบรรยากาศชนบทที่มีสายรุ้งพาดผ่านฟ้าสีคราม สวยงามมากจริงๆ

     ประมาณสักบ่ายสามโมงเราก็ไปถึงสะพานข้ามเกาะเพื่อข้ามฝั่งไปยัง Phillips Island และเราจะแวะเที่ยวจุดหมายแรกของเราในวันนี้กันก่อน นั่นคือ Churchill Island – Heritage Farm โดยเกาะแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 125 เอเคอร์ (ประมาณ 320 ไร่) เป็นเกาะเล็กๆ ส่วนหนึ่งของเกาะ Phillips Island สามารถขับรถข้ามไปเกาะนี้ได้ พื้นที่ของเกาะ Churchill Island นั้นถูกพัฒนาเป็นสวนและฟาร์มสไตล์ยุโรปโดย Phillip Island Nature Parks (PINP) และเปิดให้นักท่องเที่ยวและคนสาธารณะเข้าชม

     ลุง Jeff แจ้งว่าให้เวลาเราไปเที่ยวชมเกาะ Churchill Island ประมาณ 45 นาที บรรยากาศบนเกาะนี้จะเป็นฟาร์มแกะและฟาร์มวัวพร้อมกับทิวทัศน์ริมทะเลและทุ่งหญ้าสีเขียวที่สวยงามมาก อีกทั้งฝนเพิ่งจะหยุดตกไปทำให้เห็นสายรุ้งเป็นฉากหลังอีกต่างหาก ถือว่าเราโชคดีมากที่ได้มาเห็นวิวสวยๆ พร้อมกับสายรุ้งแบบนี้ เก็บภาพกันแทบไม่ไหวเลย

 

10

11

ทุ่งหญ้า ฟาร์มแกะ ฟ้าคราม และสายรุ้ง ครบองค์ประกอบ

 

13

14

16

15

12

เราสามารถเดินเล่นรอบๆ เกาะ Churchill Island ได้ มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปแทบทั้งเกาะ

 

17

วิวแบบพาโนรามาของเกาะ Churchill Island

 

     หลังจากที่เราเดินเล่มถ่ายรูปเก็บบรรยากาศสวยๆ ของเกาะ Churchill Island กันแล้ว ประมาณ 15.45 น. เราก็กลับมาที่รถเพื่อเดินทางต่อไปชมหมีโคอาล่าแบบใกล้ๆ ที่ Koala Conservation Centre หรือศูนย์อนุรักษ์โคอาล่า (ก่อนขึ้นรถลุง Jeff แจกบัตรเข้าชมคนละใบพร้อมบอกด้วยว่าหากจะซื้อของที่ระลึกที่ Koala Conservation Centre ให้โชว์บัตรนี้ว่ามากับ Gray Line สามารถใช้เป็นส่วนลดได้ 10%)

     Koala Conservation Center นั้นอยู่ห่างจาก Churchill Island ประมาณ 15 นาที เรามาถึงที่นี่ประมาณบ่ายสี่โมง และลุง Jeff ให้เวลาเราเที่ยวชมโคอาล่าแบบใกล้ชิดที่นี่ประมาณ 45 นาที (เพราะเราต้องไปดู Penguin Parade ตอนตะวันตกดิน และช่วงนั้นประมาณห้าโมงกว่าๆ ก็เริ่มมืดแล้ว) Koala Conservation Center เป็นส่วนหนึ่งของ Phillip Island Nature Parks เป็นแหล่งวิจัยและอนุรักษ์โคอาล่าที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมโคอาล่าที่อยู่ตามยอดไม้ได้ โดยจะแบ่งออกเป็นโซน แต่ละโซนจะมีทั้งโคอาล่าทั้งเพศผู้และเพศเมียอยู่ด้วยกัน กฏเหล็กของที่นี่คือห้ามส่งเสียงดังและห้ามใช้แฟลชถ่ายรูปเด็ดขาด เพราะจะทำให้โคอาล่าตกใจ การจะดูโคอาล่าที่นี่นั้นเราต้องค่อยๆ เดินตามทางที่เจ้าหน้าที่แนะนำอย่างช้าๆ และคอยเงยหน้าสังเกตหาดูโคอาล่าจากบนกิ่งไม้ ถือเป็นการชมโคอาล่าที่ใกล้ชิดที่สุดตั้งแต่เราเกิดมาเลยก็ว่าได้

 

21

ป้ายด้านหน้าทางเข้า Koala Conservation Center ที่ Phillips Island

 

18

ทางเดินภายในศูนย์อนุรักษ์โคอาล่า

 

20

โคอาล่าตัวนี้กำลังหลับอยู่

 

19

ส่วนตัวนี้กำลังเดินเล่นไปมาโชว์นักท่องเที่ยว

 

Koala Gif

และตัวนี้กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยเลย

 

Wallaby Gif.gif

นอกจากโคอาล่าแล้ว ที่นี่ยังมีตัววอลลาบี้เดินเล่นอยู่ภายในศูนย์อนุรักษ์ด้วย

 

     เราใช้เวลาที่นี่ประมาณ 45 นาทีเดินชมจนรอบตามที่ลุง Jeff ให้เวลาเราเป๊ะ นอกจากโคอาล่าที่เราเจอที่นี่แล้ว ยังมีตัววัลลาบี้ (Wallaby) หรือที่เราเรียกว่าจิงโจ้น้อยเดินเล่นกระโดดไปมาในศูนย์อนุรักษ์นี้อีกด้วย

     ประมาณเกือบห้าโมงเย็นเราก็ไปขึ้นรถเพื่อไปเดินทางไปยังไฮไลท์สำคัญของวันนี้คือ Penguin Parade หรือไปดูบรรดาฝูงเพนกวินขึ้นจากทะเลเพื่อกลับเข้ารังตอนหัวค่ำ เราใช้เวลานั่งรถแค่ประมาณ 15 นาทีจาก Koala Conservation center ไปยัง Summerland Beach ทางปลายสุดตะวันตกของเกาะ Phillips Island และไปถึงที่นั่นประมาณ 17.15 น. ตอนนั้นตะวันกำลังตกดินพอดี เมื่อไปถึงแล้วลุง Jeff บอกว่าให้เราอยู่ที่นี่จนถึง 19.15 น. เพื่อดูเพนกวินกลับบ้านให้หนำใจและแจกตั๋วให้เข้าคนละใบ จากนั้นเราก็ไปยื่นตั๋วเพื่อเข้าไปในอาคารหลักของอุทยาน Phillips Island Nature Park เพื่อหากินอาหารเย็นก่อนไปดู Penguin Parade ร้านอาหารภายในมีตัวเลือกไม่มากและราคาค่อนข้างแพง แนะนำให้เตรียมอาหารง่ายๆ เช่น แซนด์วิชหรือฮ็อตด็อกติด ตัวไปจะดีกว่า จากนั้นเมื่อจัดการธุระส่วนตัวแล้ว ประมาณเกือบบหกโมงเย็นเราก็ไปยังชายหาดที่ทางอุทยานจัดไว้เพื่อชม Penguin Parade กัน โดยมีที่นั่งแบบอัฒจรรย์ให้นักท่องเที่่ยวได้นั่งชมเพนกวินกันอย่างใกล้ชิดเลย

     ปรากฏการณ์ Penguin Parade นั้นเกิดขึ้นทุกวันช่วงพระอาทิตย์ตกดิน หลังจากที่บรรดาเพนกวินออกจากรังในตอนกลางไปหาอาหารในตอนกลางวัน โดยเพนกวินที่เกาะ Phillips Island นี้เป็นเพนกวินพันธุ์ที่เล็กที่สุดในโลก กฏที่สำคัญที่สุดของการมาชมเพนกวินที่ Phillips Island คือห้ามถ่ายรูปเด็ดขาดไม่ว่าใช้หรือไม่ใช้แฟลชก็ตาม เพื่อป้องกันเพนกวินตกใจและหากพวกมันตกใจมันจะไม่มาให้เห็นอีกเลย เมื่อเราได้ที่นั่งแถวหน้าแล้วนั่งรอสักพักให้ตะวันลับของฟ้าและฟ้ามืด เราก็จะเริ่มเห็นเพนกวินขึ้นมาจากทะเลทีละฝูง โดยจะขึ้นมาพร้อมกันทีละหลายฝูงเลย เลือกดูแทบไม่ถูก ในแต่ละฝูงนั้นตัวจ่าฝูงจะขึ้นมาก่อนและยืนรอลูกทีมบนชายหาดให้ครบก่อน ฝูงนึงประมาณ 5 – 10 ตัว จากนั้นเมื่อครบทีมแล้วจ่าฝูงก็จะพาลูกทีมวิ่งขึ้นฝั่งกลับเข้าบ้าน เท่าที่เราเห็นมีกันไม่น้อยกว่า 25 ฝูง นั่งดูอยู่ประมาณเกือบชั่วโมงดูจนเพนกวินฝูงสุดท้ายกลับฝั่งเลยทีเดียว

 

12

มาถึงแล้วไฮไลต์ของวันนี้ Penguin Parade

 

15

13

16

เมื่อตะวันเริ่มลับขอบฟ้า เราก็เดินไปเตรียมตัวดูเพนกวินกลับบ้านกัน

 

14

17

11

บรรยากาศขณะรอเพนกวินขึ้นจากทะเลกลับบ้าน

 

18

เพนกวินกำลังเดินทางกลับบ้าน

(รูปจาก : https://nomadsworld.com/phillip-island-penguin-parade-day-trip)

19

เพนกวินกำลังเดินทางกลับบ้าน

(รูปจาก : https://www.greatoceanroadtour.com.au/afternoon-phillip-island-penguin-parade-tour)

 

     การมาดูเพนกวินครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการเห็นเพนกวินแบบใกล้ชิดที่สุดและจำนวนเยอะที่สุดเท่าที่เราเจอมา แถมตอนเดินกลับจากชายหาดขึ้นมาที่ตัวอาคารของอุทยานยังได้เจอเพนกวินเดินอยู่ใต้ทางที่เราเดินด้วย แต่ละตัวน่ารักมากๆ บางตัวไปถึงบ้านก่อนก็ส่งเสียงร้องเรียกเพื่อน บางตัววิ่งไม่ทันเพื่อนก็รีบเร่งฝีเท้าเพื่อไปให้ถึงบ้าน ดูแล้วอบอุ่นไปอีกแบบ

     หลังจากที่เราดูเพนกวินกันแล้ว ก็ยังพอมีเวลาสัก 15 นาทีเดินดูร้านของที่ระลึกก่อนกลับไปที่รถ ของที่ระลึกที่นี่ราคาไม่ค่อยแรงเท่าไหร่และน่าสนใจ เราได้ติดมือกลับไป 1 – 2 ชิ้นด้วย จากนั้นเราก็ไปที่รถตรงเวลาที่ลุง Jeff นัดไว้ เพื่อเดินทางกลับ Melbourne กัน โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

    ประมาณสามทุ่มเศษ เราก็กลับมาถึง Federation Square อันที่จริงลุง Jeff บอกว่าสามารถไปส่งพวกเราที่โรงแรมได้ แต่วันนั้นอากาศดี ฝนไม่ตก ไม่หนาวมาก และเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะอยู่ที่ออสเตรเลียกัน เราเลยขอลงที่ Federation Square เพื่อเดินเล่นชิวๆ ชมเมือง Melbourne ยามคำคืนกัน คืนนั้นเป็นคืนวันศุกร์ด้วย ผู้คนคึกคักพอสมควร (แต่ไม่ได้แออัด เดินได้เรื่อยๆ สบายๆ) เราเดินกันจาก Federation Square ไปโรงแรมที่ห่างออกไปประมาณ 2.50 กิโลเมตร ผ่านร้านขายของฝากและร้านอาหารเสริม (ที่นี่ใช้ชื่อว่า Chemist) แล้วเราก็เล็งๆ เอาไว้เป็นเป้าหมายของวันพรุ่งนี้ที่เราจะได้มาชอปปิ้งหาของฝากก่อนบินกลับตอนกลางคืนกัน

     วันนี้เป็นวันที่เราสนุกและมีความสุขมากอีกวัน อีกทั้งได้เปิดประสบการณ์ชีวิตของพวกเราเพิ่มมาอีกหนึ่งบทที่ได้ไปชมธรรมชาติที่แสนสวยงามบนเกาะที่หนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดในออสเตรเลีย และได้ไปสัมผัสบรรยากาศชมโคอาล่าและเพนกวินกลับบ้านแบบใกล้ชิดที่สุดในชีวิตเรา ทำให้เรารู้ว่าการได้ออกไปชมและไปเห็นของจริงกับตานั้นมันได้ฟิลลิ่งแบบที่อธิบายเป็นคำพูดได้ไม่รู้จบจริงๆ… 🙂

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

SHIPY SIWARIT TIASUWATTISETH : เขียน

HTTPS://WWW.FACEBOOK.COM/SHIPYSHIPDOTCOM

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s