เที่ยวออสเตรเลียวันที่ 1 : มาซิดนีย์…ต้องมา Opera House

     หลังจากที่เราเดินทางออกจากกรุงเทพตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 พ.ค. 2018 โดยสายการบิน China Southern Airline เราก็มาถึง Sydney ในตอนเช้าของวันที่ 13 พ.ค. ประมาณ 9.30 น. เวลาท้องถิ่นที่นี่เร็วกว่าไทย 3 ชั่วโมง (ดูรีวิวของการเดินทางจากที่นี่) เมื่อเราลงจากเครื่อง ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง (ระบบ ตม. ที่นี่ แค่เช็คพาสปอร์ตเราแล้วปล่อยผ่านหากวีซ่าและทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีตราแสตมป์ทั้งขาเข้าและขาออก เข้าใจว่าทุกอย่างออนไลน์หมดเลยไม่ต้องใช้ตราแสตมป์) และรับกระเป๋าแล้ว เราก็ล้างหน้าล้างตาที่สนามบินและเข้าเมืองด้วยรถไฟ Airport Link (ชื่อเหมือนที่บ้านเราใช้เรียกรถไฟฟ้าจากสนามบินสุวรรณภูมิเข้าเมืองเลยครับ) โดยก่อนที่จะใช้บริการรถไฟ Airport Link นั้น เราต้องซื้อตั๋วก่อน ซึ่งมีทั้งตั๋วแบบเที่ยวเดียว และแบบบัตรเติมเงิน ซึ่งที่นี่เรียกว่า Opal Card ซึ่งบัตร Opal Card นี้สามารถใช้ได้กับรถไฟฟ้าภายในตัวเมือง รถไฟชานเมือง เรือโดยสาร หรือรถประจำทาง ภายในรัฐ New South Wales (NSW) ได้ด้วย อีกทั้งประหยัดกว่าแบบตั๋วเที่ยวเดียวอีกต่างหาก โดยการซื้อนั้นก็แสนง่าย แค่เดินไปเคาน์เตอร์สถานีแล้วบอกขอซื้อบัตร Opal Card จะเรียกว่าซื้อก็ไม่ถูกนัก เพราะตัวบัตรนั้นฟรี แต่ต้องเติมเงินครั้งแรกอย่างน้อย 10 AUD (ประมาณ 250 บาท) ก่อน ส่วนการเติมเงินครั้งต่อไปเติมได้ที่ตู้อัตโนมัติตามสถานีรถไฟต่างๆ หรือที่เคาน์เตอร์ เติมเงินโดยใช้ธนบัตร เหรียญ หรือบัตรเครดิตก็ได้ (สะดวกโคตร) วิธีใช้บัตร Opal Card ก็แค่แตะเข้าที่สถานีต้นทางและแตะออกสถานีปลายทางเท่านั้น ว่าแล้วเราเดินไปซื้อที่เคาน์เตอร์มา 2 ใบ และเติมเงินใบละ 20 AUD (ประมาณ 500 บาท) และก็เข้าเมืองไปฝากกระเป๋าที่โรงแรมและออกไปเริ่มเที่ยวกันเลย !

 

Opal Card

ตัวอย่างหน้าตาบัตร Opal Card

 

Opal tap station

ตัวอย่างที่แตะบัตรเข้าและออกสถานี บางสถานีมีประตูกั้นเข้าออก บางสถานีไม่มี (เช่นรถไฟชานเมืองและเรือข้ามฟาก) แต่ต้องแตะเข้า-ออกทุกครั้ง ห้ามลืม

 

Opal top up machine

ตัวอย่างตู้เติมเงินบัตร Opal Card ที่ใช้ได้ทั้งเหรียญ ธนบัตรและบัตรเครดิต

 

sydney-trains-network-v7-1

แผนที่เครือข่ายรถไฟทั้งหมดของ Sydney และเมืองใกล้เคียง (ชานเมือง/ต่างจังหวัด) สังเกตใจกลาง Sydney คือแค่บริเวณที่วงสีแดงไว้เท่านั้น ตัวใจกลางเมืองค่อนข้างเล็ก

สามารถ Download แผนที่ขนาดใหญ่สำหรับพิมพ์ไว้ดูได้จากที่นี่

 

     เราออกเดินทางจากสนามบิน Sydney ต้นทางสถานี International Airport ด้วย Airport Link ไปประมาณ 8 สถานี เพื่อไปลงที่สถานี Wynyard แล้วเดินต่อไปอีก 200 เมตร เพื่อไปโรงแรม ซึ่งเราจะพักกันที่ The Grand Hotel – Sydney ที่เราจองผ่าน Agoda.com เรียบร้อยแล้วก่อนที่เราจะเดินทางมา เราไปถึงโรงแรมประมาณ 11.00 น. ซึ่งยังไม่ใช่เวลาเช็คอิน (เช็คอินได้หลัง 14.00 น.) เราก็ฝากกระเป๋าลากกันไว้ พกไปแต่ของมีค่าและกล้อง เพื่อออกไปเริ่มโปรแกรมเที่ยววันแรกของเรา ซึ่งจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากไปดู Sydney Opera House ก่อนเป็นอันดับแรก

     เชื่อว่าทุกคนเมื่อได้ยินคำว่า “ออสเตรเลีย” สิ่งแรกๆ ที่ทุกคนจะนึกถึงเลยก็คือ Sydney Opera House และเชื่อว่าหากใครที่มาเยือน Sydney แล้วไม่ได้มา Opera House ก็อาจจะพูดได้ไม่เต็มปากว่า “ข้าเคยมา Sydney แล้ว 🙂 “

     Sydney Opera House ตั้งอยู่ที่บริเวณปากอ่าวซิดนีย์ (Sydney Harbour) ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวเดนมาร์กชื่อ Jørn Utzon และสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 1973 โดยมีแนวคิดมาจากเปลือกส้มของพระเจ้าที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้า ภายในประกอบด้วยโรงแสดงคอนเสิร์ต โรงโอเปร่า โรงภาพยนตร์ และอื่นๆ อีกหลายห้อง Sydney Opera House ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี 2007

     การเดินทางไป Opera House นั้นเราใช้วิธีเดินจากโรงแรมแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนน Pitt street แล้วตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 500 เมตร ก็จะถึงย่าน Circular Quay (ออกเสียงว่า “เซอคิวลาร์ คีย์” นะครับ ไม่ใช่่ “เควย์”) หรือหากใครพักที่อื่นก็สามารถมาที่นี่ได้โดยนั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานี Circular Quay ได้เลย บริเวณนี้จะเป็นปากอ่าวและเป็นจุดแลนด์มาร์กสำคัญของ Sydney ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาเยือน เพราะเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นได้ทั้ง Opera House, Sydney Harbour Bridge และสามารถมองวิว Skyline เมือง Sydney ได้จากจุดนี้ อีกทั้งเป็นที่ตั้งของท่าเรือ (Wharf) หลักที่ใช้ข้ามฟากอ่าวและไปสถานที่เที่ยวอื่นๆ เช่น สวนสัตว์ Taronga Zoo ได้อีกด้วย

 

Circular Quay Map.png

แผนที่บริเวณ Opera House และสถานที่ใกล้เคียง

 

     เราเริ่มจากเดินไปทางด้านซ้ายของท่าเรือก่อนเพื่อไปถ่ายรูปวิวอ่าว Sydney Harbour ที่มีฉากหลังเป็น Opera House และ Sydney Harbour Bridge อากาศวันนั้นหนาวกำลังสบาย ประมาณ 10 – 15 ºC สลับกับฝนปรอยๆ บ้างบางเวลา แต่ช่วงไม่มีฝนก็แดดออกเลย อากาศเดาไม่ถูกเลยจริงๆ บางจังหวะมีเรือแล่นผ่านด้วยทั้งเรือใหญ่เรือเล็กดูแล้วก็เพลินไปอีกแบบ

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

0000

Opera House เมื่อมองจากฝั่งตรงข้ามอ่าว Sydney Harbour

 

6

Sydney Harbour Bridge

7

ภาพมุมมองพาโนรามาที่เห็นทั้ง Sydney Opera House และ Sydney Harbour Bridge

8

10

9

 

36.JPG

มาถึงที่แล้วต้องถ่ายรูปกับแลนด์มาร์คนี้หน่อย เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง Sydney

 

     หลังจากที่เราถ่ายรูปบริเวณนั้นแล้ว เราก็ขอย้ายฝั่งเดินไปด้านที่ตั้งของ Opera House เพื่อไปดูแลนด์มาร์คสำคัญของโลกแบบใกล้ๆ กันบ้าง โดยระหว่างทางที่เราเดินมาก็มีร้านอาหารเรียงรายตลอดทางและคนเยอะทุกร้านจริงๆ (อาจเป็นเพราะวันนี้วันอาทิตย์ คนจึงออกมาทานข้าวนอกบ้านดูวิวดีๆ กันเยอะ)

 

11

วิวด้านหน้า Sydney Opera House แบบใกล้ๆ

 

12

วิวพาโนรามาจากด้านหน้า Sydney Opera House ที่มองเห็นสะพาน Sydney Harbour Bridge ด้วย

 

1314

บันไดทางขึ้นด้านหน้า Sydney Opera House มุมถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยว

 

     เมื่อเราเก็บรูปวิวใกล้ๆ Opera House แล้ว ตอนนั้นก็เกือบจะบ่ายสองโมงแล้ว แต่ยังไม่ค่อยหิวกันเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่าถ้าเป็นบ้านเราก็เพิ่งจะ 11 โมงเช้า ยังไม่ใช่เวลากิน เราจึงเดินไปเที่ยวกันต่อที่ Royal Botanical Garden ที่อยู่ถัดจาก Opera House โดยสวนพฤษศาสตร์แห่งนี้สร้างขึ้นโดย Lachlan Macquarie และเปิดตั้งปี 1816 สวนแห่งนี้เปิดให้เข้าชมทุกวันฟรี (เวลาเปิดปิดแต่ละฤดูกาลไม่เหมือนกัน ดูได้จากรูปด้านล่าง) และด้วยเป็นพื้นสีเขียวร่มรื่นที่กว้างขวางถึง 30 เฮคตาร์ (ประมาณ 187 ไร่)  จึงเป็นที่เดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจสำหรับชาวเมืองซิดนีย์ รวมถึงเป็นแหล่งถ่ายรูปแนวธรรมชาติเก๋ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย (ถ้าเป็นที่กรุงเทพก็คงเปรียบเหมือนสวนลุม สวนจตุจักรหรือสวนหลวง ร.9 ประมาณนั้น)

15

ป้ายแสดงเวลาเปิด-ปิด Royal Botanic Gargen ในแต่ละเดือน/ฤดูกาล

 

16

วิวทางเดินภายใน Royal Botanic Garden ที่เชื่อมต่อกับ Sydney Opera House

 

17

ทางเดินภายในสวนหญ้าของ Royal Botanic Garden

 

18

เดินมาไกล…เหนื่อย…ขอนั่งพักที่ม้านั่งภายในสวนสักหน่อย

 

19

สะพานเล็กๆ กับวิวสนามหญ้าสวยๆ ภายใน Royal Botanic Garden

 

19-1

สะพานมุมนี้สวยจริงๆ 🙂

 

20

สวนสาธารณะใจกลางเมืองขนานแท้ ไม่เชื่อดูได้จากฉากหลังที่เป็นตึกสูงของมหานคร Sydney

 

21

ทางเดินเลียบทะเลภายในสวน Royal Botanic Garden

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

รูปปั้นม้าภายใน Royal Botanic Garden

 

     นอกจากความเขียวขจีร่มรื่นของ Royal Botanical Garden แล้ว ที่สวนแห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวอ่าว Sydney Harbour ที่สวยงามอีกจุดหนึง โดยเฉพาะบริเวณ Mrs.Macquarie’s Chair ที่อยู่บริเวณปลายแหลมอีกด้านของสวน วิธีเดินไปก็ไม่ยาก เดินตามทางเดินเลียบริมน้ำไปเรื่อยๆ ชิลล์ๆ แวะถ่ายรูปกับสะพานและสวนบ้าง ก็จะเจอกับจุด Checkpoint สำคัญนี้ (สังเกตจากจุดที่มีนักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปกันเยอะๆ นั่นแหละตรงนั้นเลย) ซึ่งจากจุดนี้เราจะสามารถมองเห็นวิว Skyline ของมหานคร Sydney พร้อมกับ Opera House และ Sydney Opera House ได้พร้อมๆ กันเลย งดงามมากจริงๆ ขอบอกว่าไม่ควรพลาด

 

25

บริเวณร่องหินที่ยื่นลงไปในทะเลใกล้ๆ กับ Mrs.Macquarie’s Chair วิวมุมนี้สวยมากๆ นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกันที่มุมนี้เต็มเลย คุ้มกับที่เดินมาตั้งไกล

 

26

27

28

บอกแล้วมุมนี้สวยมากจริงๆ เก็บภาพมุมนี้ไปซะเยอะเลย แต่ตอนถ่ายต้องระวังคลื่นน้ำซัดเข้ารองเท้าด้วยนะ 😛

 

29

วิวพาโนรามาของทางเดินเลียบทะเลภายในสวน Royal Botanical Garden

 

30

สวนหญ้าริมทะเลกใกล้กับ Mrs.Macquarie’s Chair

 

31

35

33

Mrs.Macquarie’s Chair

 

32

34

หลังคาหินบริเวณทางเดินระหว่างทางที่เราเดินไป Mrs.Macquarie’s Chair

      หลังจากที่เราเดินเล่นถ่ายรูปกันพักใหญ่ ประมาณบ่ายสามโมงกว่าๆ เราก็ท้องเราก็เริ่มแสดงบทบาทเรียกร้องหาของกิน เนื่องจากถ้าเป็นเวลาที่เมืองไทยก็เที่ยงพอดี เราก็พากันเดินย้อนกลับทางเดิมที่เราเดินมาจาก Opera House ในเรื่องอาหารการกินบริเวณนั้นมีร้านให้เลือกเยอะมากหลายสิบร้าน ทั้งแบบนั่งกินที่ร้าน หรือ แบบซื้อแล้วถือไปกิน รวมถึงร้านฟาสต์ฟู้ดส์ (เช่น แมคโดนัลด์ หรือ Hungry Jack) ขนมหวาน ไอศกรีม เรื่องราคาก็มีตั้งแต่ไม่กี่เหรียญ สิบเหรียญต้นๆ จนถึงแตะๆ ร้อยเหรียญ เลือกเอาตามที่เราสะดวก (แต่ต้องทำใจเรื่องราคา เพราะว่าค่าครองชีพที่นี่สูงติดอันดับโลกอยู่แล้ว) สำหรับเรานั้นมื้อแรกเลือกแมคโดนัลด์ครับ เพราะราคาเป็นมิตรและคุ้นเคย สั่งง่าย เราเพิ่งมาถึงและเป็นออสเตรเลียครั้งแรกของเราจึงยังไม่ค่อยรู้ว่าจะสั่งอะไรยังไง

     เมื่อจัดการกับแมคโดนัลด์ไปเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกเราว่าถ้าฟ้าเริ่มมืดเราจะไปเดินถ่ายรูปวิวที่ย่าน Circular Quay ในยามค่ำคืนอีกรอบเพราะอยากจะเห็นภาพ skyline ของเมือง Sydney (ย่างเข้าหน้าหนาวแล้วที่นี่มืดเร็ว สักห้าโมงเย็นตะวันก็ตกดินแล้ว) แต่ฝนฟ้ากลับไม่ค่อยเป็นใจซะงั้น ดันตกพรำๆ ตลอด เราเลยตัดสินใจที่จะยกแผนการชมวิวยามค่ำคืนไปวันพรุ่งนี้แทน ว่าแล้วจึงเดินกลับโรงแรมกันเพื่อพักผ่อนเอาแรง วันนั้นเราหลับกันสนิทแทบจะปลุกไม่ตื่นเลยทีเดียว อาจจะเป็นเพราะว่าเราได้นอนกันบนเครื่องไม่กี่ชั่วโมง มาถึงเช้าแล้วเราก็ออกเที่่ยวเลย อีกทั้งอากาศที่นั่นกำลังเย็นสบายน่านอนซุกใต้ผ้าห่มสุดๆ แล้วเจอกันพรุ่งนี้กับทริปที่เราจะออกไปนอกเมืองเพื่อชมมรดกโลกนอกเมือง Sydney…….See you tomorrow Blue Mountain.

 

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

SHIPY SIWARIT TIASUWATTISETH : เขียน

HTTPS://WWW.FACEBOOK.COM/SHIPYSHIPDOTCOM

Advertisements

One thought on “เที่ยวออสเตรเลียวันที่ 1 : มาซิดนีย์…ต้องมา Opera House

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s