ยื่นวีซ่าท่องเที่ยว Schengen (โปแลนด์)…ไม่ยาก !!

ผมวางแผนไปเที่ยวยุโรปตะวันออกช่วงปลายปี 2025 ทั้งหมดสามประเทศได้แก่ โปแลนด์ เช็ค และออสเตรีย โดยจะพำนักอยู่ที่โปแลนด์นานที่สุดในทริปนี้ ซึ่งโดยกฏของวีซ่าเชงเก้นแล้วผมต้องยื่นวีซ่ากับสถานทูตโปแลนด์ และจากการศึกษาข้อมูลแล้วสถานทูตโปแลนด์ไม่มีตัวแทนรับยื่นวีซ่าเหมือนประเทศใหญ่ในเขตเชงเก้นอย่าง TLS หรือ VFS ผู้สมัครขอวีซ่าต้องยื่นเองที่สถานทูตโปแลนด์ที่กรุงเทพซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความยากในการจองคิวและความเคี่ยวของเจ้าหน้าที่ แต่ในเมื่อผมตัดสินใจแล้ว ก็เลยขอลองดูสักตั้งครับ 😎

จากที่ผมกล่าวไปข้างต้นถึงความยากในการจองคิวและความเคี่ยวของเจ้าหน้าที่ ผมจึงวางแผนยื่นล่วงหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะถึงแม้จะเคยได้วีซ่าเชงเก้นมาแล้วหลายครั้ง แต่หากมีอะไรไม่คาดฝันจะได้เปลี่ยนแผนได้ทัน โดยตามกฏแล้ววีซ่าเชงเก้นสามารถยื่นล่วงหน้าได้นานสุด 180 วันก่อนเดินทาง ซึ่งภาพรวมกระบวนการยื่นวีซ่าเป็นไปตามนี้ครับ

.

เมื่อพร้อมแล้ว เรามาเริ่มดูรายละเอียดของแต่ละขั้นตอนกันเลยครับ

1. จองคิวนัดหมายยื่นวีซ่าในเว็บไชต์สถานทูตโปแลนด์และกรอกแบบฟอร์มวีซ่า

ขั้นตอนนี้ถือว่าสำคัญที่สุดและขึ้นชื่อเรื่อง “ความยาก” ในการจองคิว เนื่องจากสถานทูตโปแลนด์เป็นผู้รับยื่นวีซ่าเอง ไม่ได้ใช้หน่วยงานเอกชนจัดการให้เหมือนประเทศอื่น จึงจำกัดทั้งจำนวนคนและเวลา โดยสถานทูตโปแลนด์เปิดให้ยื่นวีซ่าเชงเก้นได้เฉพาะวันพุธ เวลา 9.00 น. – 11.00 น. เท่านั้น และระบบจองคิวจะมีการเปิดให้ทำการจองทุกวันพุธเวลา 10.00 น. – 10.30 น. หรือจนกว่าคิวจะเต็ม ซึ่งโดยมากแล้วคิวมักจะเต็มภายในวันพุธนั้นเลย หรือหากใครโชคดีอาจจะยังพอมีคิวว่างหรือคิวหลุดบ้างถ้าทำการจองคิวในวันพฤหัสบดีหรือวันศุกร์ คิวที่เปิดให้จองจะเป็นวันที่ในอีก 1 – 2 สัปดาห์ถัดไปเท่านั้น (ไม่เปิดให้จองล่วงหน้านานกว่านั้น) บางครั้งเวลาที่ระบบเปิดให้จองคิวอาจจะมีคลาดเคลื่อนไปบ้าง เช่นล่าช้าไปประมาณ 30 นาที ถึง หนึ่งชั่วโมง ดังนั้นช่วงเช้าวันพุธก็เฝ้าหน้าจอไว้ได้เลย และหากจองเท่าไหร่ก็ขึ้นว่า “เต็ม” ตลอด ให้ลองลบ Cookies ใน Web Browser ที่เราใช้ หรือลองเปลี่ยนไปใช้ Web Browser อื่นดูครับ (เช่นกรณีของผม ผมใช้ Google Chrome จองเท่าไหร่ก็เต็มตลอด เลยลองเปลี่ยนไปใช้ Microsoft Edge ดู ปรากฏว่ามีคิวว่างแสดงขึ้นมาทันที) —– ข้อมูลนี้อัพเดต ณ เดือนพฤษภาคม 2025

เมื่อทราบกฏกติกาการจองคิวเบื้องต้นแล้ว เราก็มาเริ่มกระบวนจองคิวกันเลย โดยให้เราเข้าไปที่เว็บไซต์ของสถานทูตโปแลนด์ https://secure.e-konsulat.gov.pl เมื่อเข้าไปแล้วให้เราเลือกเปลี่ยนภาษาเป็นอังกฤษ

.

เมื่อเปลี่ยนภาษาแล้ว ก็ให้ที่ตั้งของสถานทูตโปแลนด์ที่เราจะไปยื่นวีซ่า โดยเลือกประเทศเป็น Thailand และที่ตั้งของสถานทูตเป็น Bangkok (ในประเทศไทยมีสถานทูตโปแลนด์ที่กรุงเทพที่เดียว)

.

.

ต่อมาก็ให้คลิกที่ Schengen Visa – Register the form เพื่อเริ่มกระบวนการจองคิว

.

ถัดมาให้เรากรอกข้อความตามรูปภาพเพื่อยืนยันตัวตนและกด Next

.

จากนั้นก็ระบุประเภทธุรกรรมที่เราจะติดต่อสถานทูต ที่ตั้งสถานทูต จำนวนคนที่จะยื่นขอวีซ่า และระบุวันที่เราจะเดินทางไปยื่นขอวีซ่า

.

หากมีคิวว่าง ระบบจะมีวันที่ให้เราเลือก ซึ่งอย่างที่กล่าวไป เราสามารถเลือกวันที่ยื่นวีซ่าในอีก 1 – 2 สัปดาห์ถัดไปเท่านั้น ส่วนเวลาในการยื่นเราไม่สามารถเลือกได้ ระบบจะแจ้งเวลาในขั้นตอนสุดท้ายหลังจากเรากรอกข้อมูลในแบบฟอร์มเสร็จแล้วเท่านั้น (กรณีของผมได้เวลา 9.30 น. เท่าที่ทราบคือเร็วสุดจะได้ 9.00 น. ช้าสุดไม่เกิน 11.00 น.)

.

ส่วนถ้าคิวไม่ว่างหรือเต็มระบบจะไม่มีวันให้เลือกและมีข้อความแจ้งขึ้นมา ก็ให้ลองทำตามวิธีที่ผมกล่าวไว้ข้างต้นดู (ลบ Cookies หรือลองเปลี่ยน Web Browser) เพราะอาจจะเป็นที่ Cookies ใน Web Browser ของเราเอง

.

เมื่อระบุวันจองคิวแล้ว ระบบจะพาเรามาหน้ากรอกข้อมูลการขอวีซ่า ซึ่งหากใครเคยยื่นวีซ่าเชงเก้นมาก่อนก็จะ “อ๋อ…” ขึ้นมาทันที เพราะเป็นการกรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการเดินทางของเราเหมือนกับวีซ่าเชงเก้นประเทศอื่นๆ โดยเราจะต้องกรอกให้จบทุกอย่างภายในคราวเดียว (ไม่มี Save ไว้และกลับมากรอกใหม่) และระบบจำกัดเวลาว่าเราต้องกรอกทุกอย่างให้เสร็จภายใน 1 ชั่วโมง (ไม่เช่นนั้นคิวที่เลือกไว้ถือเป็นยกเลิก…..โหดมาก) ซึ่งผมจะอธิบายขั้นตอนการกรอกในแต่ละส่วนดังนี้

.

ส่วนแรกคือข้อมูลชื่อและสัญชาติของผู้สมัคร

.

ส่วนที่สองเป็นการให้ข้อมูลของผู้เยาว์ที่ประสงค์จะขอวีซ่าและเดินทางพร้อมเรา หากไม่มีเลือก does not apply แต่หากมีให้กรอกข้อมูลส่วนตัวของผู้เยาว์นั้นด้วย

.

ส่วนที่สามคือข้อมูลพาสปอร์ต

.

ส่วนที่สี่ระบบจะถามเราว่าเรามีสัญชาติของประเทศใน EU ด้วยหรือไม่ หากไม่มีติ๊กเลือก does not apply

.

ส่วนที่ห้าคือข้อมูลที่ใช้ติดต่อของเรา สำคัญที่สุดคืออีเมล์ต้องเป็นอีเมล์ที่ถูกต้องและใช้งานได้จริง เพราะใบนัดหมายรวมถึงการติดสื่อสารต่างๆ จากสถานทูตจะทำผ่านอีเมล์นี้เท่านั้น

.

ส่วนที่หกเราจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวและประวัติของตัวเราเอง

.

ส่วนที่เจ็ดคือให้ข้อมูลของการเดินทางและระยะเวลาการพำนักในเขตเชงเก้น

.

ส่วนที่แปดเราจะต้องกรอกข้อมูลสถานที่พำนักและข้อมูลผู้ติดต่อขณะที่เราอยู่ในเขตเชงเก้น

.

ส่วนที่เก้าคือข้อมูลผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางของเรา

.

ส่วนที่สิบนี้เราต้องระบุข้อมูลของผู้กรอกใบสมัครนี้ หากเราเป็นคนกรอกให้ตัวเราเอง ให้เลือก does not apply

.

ส่วนที่สิบเอ็ด ส่วนสุดท้ายของใบสมัคร เราจะต้องติ๊กทุกช่องเพื่อยืนยันว่าข้อมูลที่เรากรอกทั้งหมดเป็นความจริงและยอมรับเงื่อนไขการเก็บข้อมูลและการเปิดเผยข้อมูลทางกฏหมายของสถานทูต

.

เมื่อคลิก Continue แล้ว ระบบจะให้เราตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง โดยให้เราเลื่อนไปดูตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลทุกอย่างถูกต้อง หากต้องการแก้ไขให้กดที่ Correct แล้วแก้ไขจุดที่ผิด หากทุกอย่างถูกต้องแล้วให้กด Save

.

เสร็จแล้วก็ถือว่ากระบวนกรอกแบบฟอร์มของเราเป็นอันเสร็จสิ้น ระบบจะแจ้งหมายเลขแบบฟอร์มและ Received Code (สำหรับเป็นรหัสผ่านการทำธุรกรรมนัดหมายหลังจากนี้ เช่น ยกเลิกนัดหรือเปลี่ยนแปลงวันนัด) จากนั้นให้เรากด Print เพื่อดาวน์โหลดและพิมพ์แบบฟอร์มทุกหน้าออกมาบนกระดาษให้เรียบร้อย ห้ามลืมพิมพ์หน้าสุดท้ายที่เป็นข้อมูลการนัดหมายและบาร์โค้ด (ใครไม่มีหน้านี้เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ยื่นขอวีซ่า) รหัสสำหรับเปิดไฟล์คือหมายเลขพาสปอร์ตของเรา

.

ตัวอย่างใบนัดหน้าตาประมาณนี้

.

และภายในวันที่เราทำนัดสำเร็จ (ก่อนสิ้นวัน) จะมีอีเมล์ส่งมาให้เราอีกครั้งจากสถานทูตเพื่อเป็นการยืนยันนัดหมาย ตัวอย่างอีเมล์ตามด้านล่างนี้ครับ (อีเมล์นี้ไม่ต้องพิมพ์ออกมาก็ได้ เพราะใบนัดอยู่ในหน้าสุดท้ายของแบบฟอร์มที่เรากรอกไปเรียบร้อยแล้ว)

.

2. จัดเตรียมเอกสารที่จะใช้ยื่นวีซ่า

เมื่อเราเสร็จสิ้นการทำนัดหมายและกรอกแบบฟอร์มขอวีซ่าแล้ว เราจะมีเวลาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ก่อนวันยื่นวีซ่าจริง (ขึ้นอยู่กับเวลาที่เราเลือก) โดยเวลาจำนวนเท่านี้ก็ถือว่าเพียงพอให้เราจัดเตรียมเอกสารหลักฐานต่างๆ เพื่อสนับสนุนความน่าเชื่อถือของเราให้สถานทูตได้พิจารณาให้วีซ่ากับเรา โดยทางสถานทูตก็ได้จัดเตรียม Checklist เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ไว้ให้เราสามารถดาวน์โหลดได้จากลิงค์นี้ครับ

https://www.gov.pl/attachment/337abd8a-0abb-48c9-ac92-7944369a139b

โดยเอกสารที่ระบบใน Checklist นี้เป็นเอกสารแบบรวมๆ สำหรับผู้ขอวีซ่าทุกประเภทและทุกสาขาอาชีพ เราไม่จำเป็นต้องมีตามนี้ทั้งหมด เพียงขอแค่มีเอกสารสำคัญทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับตัวเราเท่านั้นก็เพียงพอ ซึ่งกรณีของผมเป็นวีซ่าท่องเที่ยวหรือพำนักระยะสั้น (Visa Type C) ผมจึงแนะนำหลักฐานต่างๆ ตามนี้ครับ

เอกสารทั้งหมดต้องออกเป็นภาษาอังกฤษ (หรือโปแลนด์) เอกสารใดที่ออกเป็นภาษาไทยและไม่มีภาษาอังกฤษกำกับต้องได้รับการแปลโดยสถาบันการแปลที่ได้รับการรับรอง

.

  • แบบฟอร์มขอวีซ่าที่เรากรอกมาตั้งแต่ขั้นตอนแรกพร้อมด้วยใบนัดหมายที่มีบาร์โค้ด

ตัวอย่างหน้าแรกของแบบฟอร์มที่เรากรอกไปในขั้นตอนแรก

.

  • รูปถ่ายขนาด 3.5 x 4.5 cm พื้นหลังขาว อายุไม่เกิน 6 เดือน (บอกร้านถ่ายรูปว่าจะเอาไปทำวีซ่าเชงเก้น) : ดูคำแนะนำและตัวอย่างรูปที่ถูกต้องจากที่นี่ โดยเราสามารถแปะรูปถ่ายตรงช่อง Photo ที่แบบฟอร์มที่เรากรอกไว้ในขั้นตอนแรกด้วยกาวได้เลย
  • พาสปอร์ตตัวจริงที่เหลืออายุไม่น้อยกว่า 3 เดือนนับจากวันที่จะเดินทางออกจากเขตเชงเก้น ต้องมีจำนวนหน้าว่างคงเหลืออย่างน้อย 2 หน้า และพาสปอร์ตห้ามเก่าเกิน 10 ปีนับจากวันที่ออก
  • สำเนาพาสปอร์ตหน้าแรกที่มีรูปถ่ายเรา 2 แผ่น พร้อมเขียนรับรองสำเนา “Certified True Copy”
  • แผนการเดินทางตลอดทั้งทริป ควรระบุว่าแต่ละวันไปที่ไหนบ้าง พักที่ไหน เดินทางยังไง ฯลฯ หรือหากไปกับทัวร์ก็ต้องมีใบรับรองการซื้อทัวร์มาด้วย
  • ใบจองตั๋วเครื่องบินไปกลับตามแผนการเดินทางของเรา : ส่วนนี้อาจจะลำบากหน่อยที่เว็บสายการบินส่วนใหญ่ต้องจ่ายเงินเลยถึงจะได้ตั๋วมา ซึ่งไม่แนะนำให้ทำแบบนั้นเพราะหากวีซ่าไม่ผ่านจะทำให้เสียเงินไปเปล่าๆ ส่วนตัวผมเองใช้บริการเอเย่นต์ทัวร์หรือบริษัทรับทำวีซ่าช่วยจองตั๋วแบบยังไม่ต้องจ่ายเต็มจำนวนออกใบจองตั๋วให้ โดยมีค่าบริการประมาณ 300 – 500 บาท เมื่อได้วีซ่าแล้วจะยกเลิกตั๋วที่จองไว้แล้วซื้อเอง หรือจะซื้อกับบริษัทนั้นเลยก็ตามสะดวก
  • ใบจองโรงแรมคลอบคลุมทุกคืนตลอดทั้งทริป : จองแบบ Pay Later หรือ Free Cancellation ในเว็บ Agoda.com หรือ Booking.com ได้
  • ประกันการเดินทางต่างประเทศที่ครอบคลุมเขตเชงเก้นและมีวงเงินคุ้มครองในกรมธรรม์ไม่น้อยกว่า 30,000 EUR (1,500,000 บาท) : ลองเทียบจากเว็บไซต์เปรียบเทียบราคาประกันภัยของ TQM หรือ Gettgo หรือซื้อจากที่เราสะดวก
  • Statement รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือน (ถ้ามีบัญชีรายได้หลักและบัญชีเงินออมแยกกัน ก็ยื่นไปทุกบัญชีที่มี) หรือหลักฐานทางการเงินอื่นๆ ที่ช่วยยืนยันว่าเรามีทุนทรัพย์หมุนเวียนเพียงพอ สามารถใช้ Statement ที่พิมพ์ออกมาจากระบบ Internet Banking ได้หากมีชื่อและเลขที่บัญชีระบุไว้ครบถ้วนชัดเจน
  • หนังสือรับรองการทำงานจากนายจ้าง พร้อมระบุชื่อ ตำแหน่ง รายรับ เงินเดือน และจำนวนวันที่อนุมัติให้ลาหยุด (กรณีเป็นลูกจ้าง)
  • หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกิจการหรือหนังสือจดทะเบียนบริษัท (กรณีเป็นเจ้าของกิจการ หรือ ทำงานฟรีแลนซ์)
  • สำเนาโฉนดที่ดินหรือคอนโดภายใต้ชื่อเรา ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานถือครองทรัพย์สิน/หลักทรัพย์อื่นๆ ที่ยืนยันว่าเรามีข้อผูกมัดกับประเทศบ้านเกิดเพียงพอที่จะทำให้เราไม่หนีวีซ่า
  • หลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (ถ้ามี)
  • วีซ่าเชงเก้นที่เคยได้ หากเคยได้รับวีซ่าเชงเก้นมาก่อน (ทุกประเภท) ก็เตรียมสำเนาของหน้าวีซ่านั้น พร้อมกับสำเนาหน้าแรกของพาสปอร์ตเล่มนั้นไปด้วย
  • หากผู้สมัครเป็นผู้เยาว์ต้องแสดงใบแจ้งเกิดและหลักฐานของผู้ปกครองด้วย

.

3. เดินทางไปยื่นเอกสารที่สถานทูตโปแลนด์

เมื่อเราเตรียมเอกสารตามขั้นตอนที่สองเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็คือเดินทางไปยื่นเอกสารที่สถานทูตตามวันและเวลาที่เราได้นัดหมายไว้ สถานทูตโปแลนด์ประจำประเทศไทยตั้งอยู่ที่ชั้น 6 อาคาร Athenee Tower สามารถเดินทางไปด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีเพลินจิต เราสามารถเดินไปที่ Athenee Tower ได้เลยจากสถานีรถไฟฟ้า มองจากสถานีเพลินจิตจะเห็นป้าย Deutsche Bank อยู่ด้านบนอาคาร เมื่อไปถึงแล้วก็แลกบัตรกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบอกว่าไปสถานทูตโปแลนด์ชั้น 6 เจ้าหน้าที่จะให้บัตร QR Code สำหรับขึ้นลิฟต์มา แนะนำให้ไปถึงสถานทูตก่อนเวลายื่นจริงไม่เกิน 15 นาทีครับ เพราะเจ้าหน้าที่จะให้เข้าไปในสำนักงานสถานทูตตามเวลาที่นัดไว้เท่านั้น และที่นั่งรอหน้าสำนักงานสถานทูตมีไม่กี่ที่ และที่สำคัญเตรียมเงินสดไปจ่ายค่าวีซ่าให้พอดีด้วย 3,211 บาท (ค่าวีซ่า ณ เดือนพฤษภาคม 2025) และจากข้อกำหนดสถานทูต ผ๔้ยื่นขอวีซ่าต้องไปยื่นด้วยตนเองเท่านั้น

.

ด้านหน้าอาคาร Athenee Tower

ด้านหน้าสำนักงานสถานทูตโปแลนด์ เจ้าหน้าที่จะให้เข้าไปเฉพาะผู้ที่ทำนัดหมายมาตามเวลาเท่านั้น

.

ก่อนเข้าไปสำนักงานสถานทูดเราต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย สแกนกระเป๋า และห้ามนำโทรศัพท์มือถือติดตัวเข้าไปเด็ดขาด (มีตู้ล็อกเกอร์ให้ฝากพร้อมกุญแจที่ทางเข้า) เมื่อเข้าไปถึงแล้วก็ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่และชำระเงินตามลำดับคิว ซึ่งการยื่นเอกสารที่นี่คือยื่นเอกสารจริงๆ เจ้าหน้าที่ไม่มีการตรวจสอบเอกสารว่าถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ (ไม่เหมือน TLS หรือ VFS ที่เจ้าหน้าที่ช่วยคัดกรองให้ส่วนหนึ่งก่อน) ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้สมัครที่ต้องตรวจสอบความละเอียดและความถูกต้องของเอกสารเราเอง ซึ่งส่วนตัวผมเองเช็คเอกสารของผมทุกหน้าไม่ต่ำกว่า 5 รอบก่อนวันยื่นจนแน่ใจว่าเอกสารครบถ้วน ถูกต้อง และหนักแน่นพอที่จะได้รับอนุมัติวีซ่า จากนั้นเมื่อชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะให้สลิปใบเสร็จรับเงินและใบนัดเล่มพาสปอร์ตคืน ซึ่งก็คือเวลา 14.00 น. ของวันพุธในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า (ผู้สมัครต้องตรวจสอบตนเองให้ดีว่าในระยะ 2 สัปดาห์นี้จะไม่มีการต้องใช้พาสปอร์ต เพราะพาสปอร์ตตัวจริงจะไม่อยู่กับเราตลอดช่วงการพิจารณาวีซ่าโปแลนด์) ตัวอย่างหน้าตาใบเสร็จรับเงินและใบนัดรับเล่มพาสปอร์ตคืนหน้าตาประมาณนี้ เมื่อได้รับสลิปนี้มาก็ถือว่าเสร็จสิ้นกระบวนการยื่นเอกสารและกลับบ้านได้ รวมแล้วใช้เวลารอคิวและยื่นเอกสารไม่เกิน 1 ชั่วโมง

สลิปนี้ห้ามเสียหายหรือสูญหายเด็ดขาด เพราะเป็นหลักฐานใบเดียวที่เราจะใช้รับเล่มพาสปอร์ตคืน

.

4. เดินทางไปรับเล่มพาสปอร์ตคืนที่สถานทูตและทราบผลวีซ่า

เมื่อครบกำหนด 14 วัน ก็ได้เวลาเดินทางไปสถานทูตโปแลนด์อีกครั้งเพื่อรับเล่มพาสปอร์ตคืน โดยเวลารับเล่มของผู้สมัครทุกคนคือ 14.00 น. ผมแนะนำว่าควรไปถึงก่อนเวลาสัก 15 – 20 นาที เพราะการรับเล่มคืนจะไม่มีระบบคิว ใครไปถึงก่อนก็ได้ต่อแถวเข้าไปรับก่อน เจ้าหน้าที่จะให้เข้าไปรับเล่มพาสปอร์ตคืนครั้งละไม่เกิน 10 คน ใครไปถึงช้าก็รอคิวนาน โดยเอกสารที่ใช้รับเล่มพาสปอร์ตคืนหากเดินทางไปรับด้วยตนเองก็มีแค่สลิปที่ได้จากขั้นตอนการยื่นเอกสาร เมื่อถึงคิวเราก็เพียงยื่นสลิปนี้ให้เจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะให้พาสปอร์ตเราคืนมาและแจ้งผลวีซ่าด้วยวาจาตรงนั้นเลย หากวีซ่าผ่านเจ้าหน้าที่จะให้เราตรวจสอบข้อมูลวีซ่าว่าถูกต้องหรือไม่ จากนั้นก็เซนต์รับ หากวีซ่าไม่ผ่านหรือไม่ได้รับอนุมัติเจ้าหน้าท่ีจะแจ้งขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์ให้เราทราบตรงนั้นเหมือนกัน ซึ่งผลวีซ่าของผมคืน “ผ่าน” ครับ ได้วีซ่ามา 22 วัน (จำนวนวันพำนัก 8 วันตามที่ยื่นแผนการเดินทางเป๊ะ) 😂

.

เมื่อได้วีซ่ามาแล้วก็เท่ากับเราได้สิทธิ์ที่จะเดินทางเข้าประเทศกลุ่มเชงเก้นตามวัตถุประสงค์ของวีซ่าและแผนการเดินทางที่เรายื่นไปได้ ขั้นตอนต่อไปก็ถึงเวลาที่เราไปจัดการเรื่องอื่นต่อ เช่น ออกตั๋วเครื่องบิน จองและจ่ายเงินค่าที่พัก วางแผนเที่ยวโดยละเอียด หรือสรรหาเสื้อผ้าเครื่องประดับเพื่อรูปภาพสวยๆ ก็ตามแต่ความพึงพอใจของแต่ละบุคคลเลยครับ เพราะเรามีความพร้อมในเรื่องเอกสารการเดินทางแล้ว สุดท้ายนี้ก็หวังว่าคำแนะนำการขอวีซ่าเชงเก้น (โปแลนด์) นี้จะเป็นแนวทางให้กับผู้ที่ตั้งใจจะยื่นวีซ่าด้วยตนเองได้ และก็ขอให้ทุกคนได้รับการอนุมัติวีซ่าตามที่ตั้งใจไว้และมีความสุขกับการท่องเที่ยวครับ 😀

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

SHIPY SIWARIT TIASUWATTISETH : เขียน

https://www.facebook.com/shipyshipdotcom

.

หมายเหตุ :

  1. รีวิวที่ผมทำขึ้นมานี้เป็นเพียงการแนะนำขั้นตอนการยื่นวีซ่าเชงเก้น (โปแลนด์) เท่านั้น ไม่ได้การันตีว่าคนที่ยื่นตามนี้ทั้งหมดจะได้รับอนุมัติวีซ่า เพราะแต่ละคนมีประวัติและคุณสมบัติเฉพาะบุคคลต่างกันไป การพิจารณาอนุมัติวีซ่านั้นสถานทูตเป็นผู้มีสิทธิ์ขาดในการตัดสิน
  2. เนื่องจากคุณสมบัติของผู้สมัครแต่ละคนแตกต่างกันไป บางคนอาจจะได้รับการสอบถามหรือเรียกเอกสารเพิ่มเติมนอกเหนือจากทางที่ผมระบุไว้ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหน่วยงานที่พิจารณาเอกสารและวีซ่าเป็นผู้กำหนด
  3. ข้อมูลต่างๆ ในรีวิวนี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงข้อมูล ณ ช่วงเวลาที่ผมยื่นวีซ่า (เดือนพฤษภาคม 2025) เงื่อนไขและกระบวนการต่างๆ นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขอให้ทุกคนศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนยื่นวีซ่าทุกครั้งจากเว็บไซต์นี้ https://www.gov.pl/web/thailand/visas
  4. หากมีคำถามสามารถโพสถามได้ที่ช่อง Comment ครับ ทางผมยินดีตอบคำถามทุกอย่างเกี่ยวกับขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าหากผมสามารถตอบได้ ส่วนคำถามที่นอกเหนือจากนี้ เช่นหลักเกณฑ์หรือระยะเวลาการพิจารณาวีซ่า ความถูกต้องของการกรอกข้อมูลและการเตรียมเอกสาร เหตุผลในการถูกปฏิเสธวีซ่า รวมถึงคำถามที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติเฉพาะตัวบุคคล ทางผมไม่สามารถให้คำตอบได้ครับ
  5. ผมเพียงรีวิววิธีการยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (โปแลนด์) เท่านั้น ไม่รับจ้างทำเอกสาร กรอกข้อมูล รับทำวีซ่า หรือกระทำการใดๆ เพื่อหารายได้ทั้งสิ้น
  6. หากรีวิวนี้มีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือตกหล่นไป ทางผมขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

20 thoughts on “ยื่นวีซ่าท่องเที่ยว Schengen (โปแลนด์)…ไม่ยาก !!

  1. อธิบายได้ละเอียดดีมากเลยค่ะ

    รบกวนถามเพิ่มค่ะ บริษัทรับทำวีซ่าชื่อบริษัทอะไรคะ เค้าหาตั๋วเครื่องบินประกอบให้ได้เลยใช่ไหมคะ ค่าจ้างรวมทั้งหมดเท่าไหร่คะ (ไม่รวมค่าวีซ่า)

    Like

    1. ผมไม่ได้ทำผ่านตัวแทนครับ ทั้งหมดจัดการด้วยตัวเอง ส่วนเรื่องตั๋วเครื่องบิน ผมให้เอเยนต์ขายตั๋วเครื่องบินออกใบจองแบบยังไม่จ่ายเงินให้ครับ (ค่าออกใบจอง 400 บาท)
      ปล.เอเยนต์หรือบริษัทขายตั๋วเครื่องบินสามารถหาได้ทั่วไปในอินเตอร์เนต ลองหาแล้วทักแชทหรือโทรไปถามรายละเอียดได้ครับ ผมไม่กล้าให้ชื่อเอเยนต์หรือยริษัทในนี้

      Like

  2. สอบถามหน่อยค่ะ ล่าสุด เอกสารราชการภาษาไทย ต้องรับรองจากกระทรวงต่างประเทศด้วยมั๊ยคะ เพราะในเวปสถานทูตบอกว่าต้องรับรองด้วยค่ะ

    Like

    1. ถ้าเอาไปใช้ยื่นวีซ่าท่องเที่ยวหรือพำนักระยะสั้น ลองติดต่อหน่วยงานราชการที่ออกเอกสารนั้นดูก่อนครับว่า สามารถออกเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษได้มั้ย
      หากไม่ได้ เราสามารถใช้ร้านแปลเอกชนที่ได้รับการรับรอง ช่วยแปลและประทับตรายืนยันได้ครับ

      Like

  3. ขอสอบถามตอนยื่นขอวีซ่า ได้ยื่นเอกสารที่มีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ และได้ไปรับรองจากกระทรวงต่างประเทศตามในเวปไซต์สถานทูตแจ้งด้วยมั๊ยคะ

    Like

    1. ส่วนตัวผม เอกสารที่แปล ผมมีเพียงโฉนดที่ดินครับ แต่ใช้ร้านแปลเอกชนที่ได้รับการรับรองแปลให้

      Like

  4. ชัดเจนและละเอียด เป็นประโยชน์มาก ๆ เลยค่ะ ขอบคุณนะคะ

    Liked by 1 person

  5. เป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ เพราะว่าข้อมูลของยื่นวีซ่าโปแลนด์ข้อมูลน้อยมากๆ เราเตรียมพร้อมตามลิสของคุณ ตั้งแต่เริ่มกดคิวจิงเลยค่ะ ถ้าวีซ่าผ่าน ถือว่าเป็น 1 ในผู้มีพระคุณเลย55 กำลังจะยื่นพรุ่งนี้แล้ว สาธุขอให้ผ่านรอบแรกค่าา

    Liked by 1 person

    1. วีซ่าผ่านไหมค่ะ ทางเรารอรับวันที่17 นี้ค่ะ

      Like

    2. ผ่านไหมค่ะ ทางนี้กลัวจะไม่ผ่านมากเรยคะ

      Like

  6. ถ้าเดินทาง 5 คน แล้วเลือกระบุจำนวน 5 คนตั้งแต่แรก ระบบจะให้กรอกข้อมูลทั้ง 5 คนต่อเนื่องกันมั๊ย

    Like

    1. ผมไม่เคยทำพร้อมกันหลายคน แต่ถ้าเลือก 5 คนคิดว่าระบบคงให้กรอกข้อมูลให้ครบทุกคน ลองดูได้ครับ ถ้าไม่ได้ ก็ค่อยกลับมาเลือกทำทีละคน

      Like

  7. จองคิวนัดวันยากมากๆเลย เข้าจองมา 4 พุธแล้วยังไม่ได้คิวเลย เปิดจอรอตั้งแต่ก่อน 10 โมง ไม่มีคิวให้เลย

    ทำไงดี ทำไงดี

    Like

    1. ลองเข้าไปดูทุกวันเลยครับ เผื่อมีคิวหลุด
      ไม่งั้นก็ต้องลองลบ Cookie ให้เว็บบราวเซอร์เราออก จากนั้นปิดแล้วค่อยเข้าไปจองใหม้
      หรือวิธีสุดท้ายให้ลองเปลี่ยนเว็บบราวเซอร์ไปใช้ตัวอื่นดูครับ

      Like

      1. เราไปกัน 5 คน เราแยกจองจะง่ายกว่ามั๊ย แต่เราก็มองว่าเป็นกลุ่มดูวีซ่าจะผ่านง่ายกว่า

        Like

      2. แยกจองโอกาสได้คิวน่าจะเยอะกว่าครับ ไม่งั้นอาจจะต้องหาเอเยนต์ช่วยจองให้

        Like

  8. สรุปวันนี้นั่งเฝ้าหน้าจอทั้งวันเลยค่ะ ได้มา 2 คนแล้ว ดีใจสุดๆ ขอบคุณที่ให้ควาทเห็นนะคะ แต่มีปัญหาอีกค่ะ ช่องที่บังคับให้ใส่ latin alphabet letter เนี่ย ใช้อักษรภาษาอังกฤษตัวเล็กได้มั๊ยคะ

    Like

  9. รบกวนสอบถามค่ะ พอจะทราบมั๊ยคะว่ามีบริการส่งพาสปอร์ตคืนทางไปรษณีย์มั๊ย หรือมอบฉันทะให้คนอื่นรับแทนได้

    Like

    1. เท่าที่ทราบคือ ไม่เคยเห็นครับ ยังไงลองติดต่อบรรดาเอเยนต์ดูครับว่ามีบริการแบบนี้หรือไม่

      Like

Leave a reply to Anonymous Cancel reply