[Review] Air Niugini – B767-300 จาก Singapore ไป Port Moresby (Papua New Guinea)

          ทริปนี้ เนื่องด้วยมีภาระกิจที่ต้องไปทำงานในประเทศที่ผมเข้าใจว่าไม่ค่อยมีคนไทย (ปรารถณาจะ) ไปสักเท่าไหร่ และไม่มีไฟลท์ตรงจากเมืองไทยเลยนั่นคือ ปาปัวนิวกินี (Papua New Guinea) ครับ ประเทศนี้ถึงแม้ว่าจะมีดินแดนติดต่อกับประเทศอินโดนีเซีย แบบประเภทชายแดนนั้นตัดโดยเส้นตรงเชี๊ยะ (เหมือนแผนที่ด้านล่างเลย) แต่ก็จัดอยู่ในทวีปออสเตรเลียครับ ไม่ใช่เอเซีย

 

1

         ทริปนี้เราเดินทางด้วยสายการบิน Air Niugini ครับ ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติ (Flag Carrier) ของประเทศปาปัวนิวกินี โดยที่รูทที่ใกล้ที่สุด (ประหยัดเวลาและค่าเดินทางที่สุด) คือการไปต่อเครื่องที่สิงคโปร์ครับปัจจุบันมีไฟล์แทบจะทุกวันแล้ว เทียบกับที่ผมไปครั้งแรกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว (ปี 2012) ถือว่าเยอะขึ้นมาครับ เพราะปี 2012 มีแค่ 3 ไฟลท์ต่อสัปดาห์เท่านั้น โดยผมเดินทางในวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2014 ที่ผ่านมาครับ

 

รายละเอียดการเดินทางก็เป็นดังนี้ครับ

Airline     : Air Niugini

Route      : Singapore (SIN) – Port Moresby (POM)

Flight       : PX393

Aircraft   : Boeing 767-300

ETD         : 20.25 (GMT+8)

ETA         : 05.00 +1 (GMT+10)

Duration : 6 hours 35 minutes

Cabin      : Economy

 

2

          เริ่มต้นโดยผมเดินทางจากกรุงเทพไปยังสิงคโปร์ในช่วงเช้า จากนั้นก็เดินเล่นและใช้เวลาผ่อนคลายที่สิงคโปร์ในตอนกลางวันครับพอได้เวลาก็มาเช็คอินที่สนามบิน Changi

 

         *** ระบบ online ของ Air Niugini ยังไม่พัฒนาเลยครับ การจัดการ booking และ online check-in ยังทำไม่ได้ ใครจะเดินทางกับสายการบินนี้ต้องระวังด้วยครับ เผื่อเวลาอย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก

          ผมไปถึงสนามบิน Changi ประมาณ 17.30 ครับ ก่อนเครื่องออก 3 ชั่วโมง ตอนนั้นเคาน์เตอร์เช็คอินเพิ่งเปิดสังเกตคนเดือนทางจะเป็นชาวปาปัวสักครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือจะเป็นนักธุรกิจและคนที่ต้องไปทำงาน (แทบไม่เห็นมีใครที่สดงออกว่าไปเที่ยวเลย :o ) นอกจากชาวปาปัวแล้ว ผมสังเกตพาสปอร์ตแล้วส่วนมาจะเป็นชาวจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์เป็นหลักใช้เวลาเช็คอินนานพอสมควร เพราะ แต่ละคนขนกันเต็มที่โดยเฉพาะชาวปาปัว กว่าผมจะเช็คอินเสร็จก็ปาไป 18.15 ครับ

 

3

          และแล้วก็ได้บอร์ดิ้งพาสมาครับ ได้เกต D42 ไม่ใกล้ไม่ไกล เดินประมาณ 10 นาทีได้จากนั้นก็ผ่าน ตม. และหาอะไรกินก่อนจะไปที่เกตครับ

 

4

          หลังจากหาอะไรลงท้องแล้ว ก็จวนได้เวลาครับ  ผมก็เดินไปที่เกตทันที สังเกตจากป้ายแสดงว่ามาถูกที่หมายแล้ว  :rolleyes:  :rolleyes:  :rolleyes:  :rolleyes:

 

56

          ไปถึงเกตก็ 19.25 ตามเวลาเกตเปิดพอดี ผู้โดยสารและ cabin crew ก็เข้าแถวรอที่หน้าเกตกันแล้วแต่เกตเปิดช้านิดหน่อย เปิดจริงเกือบ 19.40

 

7

          พอเกตเปิดก็ไม่รอช้า เข้าผ่าน security check ทันทีเข้าไปด้านใน มองไปที่หน้าต่าง เจ้า 767 – 300 ก็จอดรอเราอยู่แล้ว

 

8

           มาถึงเกตยังไม่ทันจะนั่ง ก็ประกาศ boarding ทันทีครับ สงสัย traffic ที่สนามบินค่อนข้างแน่น เลยต้องรีบบอร์ดรีบ take off (อันนี้เดาเอานะครับ  :wub: )

 

910

          เดินผ่าน โซน Business classการจัดที่นั่งเป็นแบบ 2 – 1 – 2 ครับ

1112

          ส่วน Economy class นั้นจัดในรูปแบบ 2 – 3 – 2 ครับ มีจอ PTV ในทุกที่นั่ง แต่ในนั้นไม่ค่อยมีอะไรให้เลือกเท่าไหร่ มีหนังอยู่ประมาณ 10 เรื่อง เพลงประมาณ 10 อัลบั้ม นอกนั้นเป็น ส่วนหน้าจอแสดงสถานะการบิน และสารคดีอีกนิดหน่อย

 

1314

          ความกว้างก็ถือว่าแคบนิดหน่อยครับ เพราะผมสูง 183 cm. น่าจะแคบกว่าการบินไทยอยู่ 2 – 3 นิ้ว จากการประมาณด้วยสายตา

 

15

          จากนั้นก็เริ่มสำรวจของที่อยู่ตรงหน้าครับ

16

17

18

           จากนั้นพอเครื่อง take off แล้วก็บริการอาหารทันที สำหรับ economy class เท่าที่ฟังจาก cabin crew มีให้เลือกเป็น “Chicken with Rice” หรือ “Lamb steak” ผมไม่ทานเนื้อเลย ต้องเป็น Chicken with rice ครับหน้าตาก็อย่างที่เห็น รสชาติก็ So So ครับ ผมให้ 6/10 แต่ก็กินจนหมดเพราะ กลัวจะหิวระหว่างทาง :D  :D

 

19

          จากนั้นเมื่อท้องอิ่ม ก็สำรวจห้องน้ำครับ ความสะอาดและ facilities ที่อยู่ในห้องน้ำอยู่ในเกณฑ์ ต้องปรับปรุงครับ  ผมให้ 3/10 ** สังเกตว่าสบู่ยังเป็นแบบก้อนอยู่เลย 

 

20

21

          จากนั้นเมื่ออาหารเริ่มย่อยผมก็หลับยาวเลยครับ ตื่นมาอีกทีก็สว่างพอดี เตรียมตัว landing เลยไม่มีรูปตอนลง เพราะสลึมสลือ และ cabin crew เริ่มตรวจ Security check แล้ว ไม่กล้าเอากล้องขึ้นมา

 

          ที่ต้องปรับปรุงคือ เป็นไฟลท์แบบ Medium Haul บินกลางคืนถึงเช้า จริงๆ ควรต้องมีผ้าห่มให้แต่ผ้าห่มไม่มีให้ครับ ต้องขอเอง !!!! และมีจำนวนจำกัด ผมขอไม่ทันครับ คำตอบที่ได้มาคือ “No more Blanket, it’s already used up”

 

           โดยรวมสายการบินนี้ยังต้องปรับปรุงอีกเยอะครับ ทั้งในด้านราคา เพราะไฟลท์ของผมบินแค่ 6 ชั่วโมงครึ่ง ค่าตั๋ว round trip ก็ปาไป 47,000 บาท (ตั๋วแบบ non-flexible นะครับ) ถ้าเป็นสายการบินอื่น ราคานี้บินจากเอเซีย ไปยุโรปได้สบายๆ

 

          ด้าน service mind, การบริการ, อาหาร และระบบอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร ต้องปรับปรุงด่วนด้วยเหมือนกัน

 

           โดยรวมผมให้คะแนนสายการบินนี้ที่ 4/10

 

           ผมขอจบรีวิวไว้เพียงเท่านี้ หากมีสิ่งใดผิดพลาดไป สะมารถแนะนำได้ครับ ยินดีน้อมรับและนำไปปรับปรุงในครั้งหน้า

 

           สวัสดีครับ  :wub:  :wub:

 

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

SHIPY SIWARIT TIASUWATTISETH : เขียน

HTTPS://WWW.FACEBOOK.COM/SHIPYSHIPDOTCOM

Advertisements

3 thoughts on “[Review] Air Niugini – B767-300 จาก Singapore ไป Port Moresby (Papua New Guinea)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s