[Review] ไปเกาะเต่าด้วยนกแอร์และเรือเร็วลมพระยา

ทริปนี้เราใช้เวลาพักร้อนช่วงสั้นๆ ในเดือนธันวาคมเดือนสุดท้ายของปีเพื่อเดินทางจากกรุงเทพไปเที่ยวพักผ่อนกันที่เกาะเต่า (Koh Tao) จังหวัดสุราษฎร์ธานีกันครับ โดยเราวางแผนไปเที่ยวกัน 4 วัน 3 คืน สำหรับการเดินทางไปนั้นเราเปรียบเทียบหลายวิธี และมาเจอวิธีที่ความสะดวกรวดเร็วและราคามาเจอกันตรงกลางพอดี นั่นคือการเดินทางโดยเครื่องบินไปลงที่สนามบินชุมพรและใช้บริการของเรือเร็วลมพระยาข้ามไปเกาะเต่าครับ

สำหรับเที่ยวบินจากกรุงเทพไปชุมพรนั้นมีตัวเลือกไม่มากนัก เพราะไม่ใช่สนามบินหลักของภาคใต้ และมีเพียงนกแอร์และแอร์เอเชียเท่านั้นที่มีเที่ยวบินไปชุมพร โดยออกจากสนามบินดอนเมืองเท่านั้น และเมื่อดูเวลาบินแล้วพบว่ามีเพียงเที่ยวบินของนกแอร์รอบเช้าสุดเท่านั้นที่สามารถไปต่อเรือลมพระยาข้ามไปเกาะเต่าได้ภายในวันเดียวกันด้วยเที่ยวบิน DD7610 (06.30 น. – 07.35 น.) เราจึงตัดสินใจจองเที่ยวบินนี้และจองบริการของลมพระยาจากสนามบินชุมพรไปเกาะเต่าด้วยเลย (ข้อมูล ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2018)

ดังนั้นผมจึงขอสรุปแผนการเดินทางของเราจากกรุงเทพไปเกาะเต่าดังนี้ครับ

1. ออกเดินทางจากกรุงเทพ (ดอนเมือง) ไปสนามบินชุมพรด้วยสายการบินนกแอร์

ROUTE : BANGKOK-Don Muang (DMK) to Chumphon (CJM)
FLIGHT : DD7610 – Nok Air
AIRCRAFT : ATR72-500
ETD : 06:30AM (GMT+7)
ETA : 07:35PM (GMT+7)
DURATION : 1 HOUR 5 MINUTES
CABIN : ECONOMY

2. ใช้บริการของลมพระยาจากสนามบินชุมพรไปเกาะเต่า โดยเป็นรถตู้จากสนามบินไปท่าเรือทุ่งมะขามน้อย และเรือเร็วคาตามารันจากท่าเรือไปเกาะเต่า (08.00 น. – 14.45 น.) สามารถซื้อตั๋วเป็นแบบแพ็คเก็จรถตู้ + เรือได้จากเว็บไซต์ลมพระยาได้เลย (https://lomprayah.com)

     เริ่มจากพวกเราไปถึงสนามบินดอนเมืองประมาณ 05.30 น. ก่อนเครื่องออกประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อเช็คอิน โหลดกระเป๋าและรับ Boarding Pass (เราเช็คอินออนไลน์มาแล้ว สามารถเข้าช่อง Internet Check-in ได้เลย ไม่ต้องต่อคิวยาว)

เมื่อได้โหลดกระเป๋าและได้ Boarding Pass มาแล้ว เราก็ผ่านกระบวนการ Security Check โดยไฟลท์ของเราในวันนี้จะ Boarding กันที่ Gate – 75 ซึ่งเป็น Bus Gate

เมื่อเรามาถึง Gate ก็หากาแฟดื่มสักหน่อยและเข้าห้องน้ำห้เรียบร้อย จากนั้นก็นั่งรอไม่นานทางนกแอร์ก็เรียก Boarding ตรงตามเวลาเป๊ะ

 

     บรรยากาศภายในตัวเครื่องค่อนข้างเก่า (ตรงป้าย Exit มีภาษาฮินดีติดมาด้วย เข้าใจว่าคงเช่าเครื่องของสายการบินอินเดียมาอีกที) จัดที่นั่งแบบ 2-2 ตามแบบฉบับเครื่อง Turboprop ทั่วไป ที่นั่งไม่กว้างไม่แคบ (คนสูง 183 cm แบบผมนั่งไปพอดีๆ ไม่อึดอัด แต่เบาะก็ค่อนข้างเก่าด้วย)

 

     

     จากนั้นเครื่องก็ Take off และเมื่อได้ระดับแล้ว Flight Attendance ก็ให้บริการเสิร์ฟน้ำดื่มนกชื่นใจ 1 ขวด ขนาด 150 ml และก็จำหน่ายอาหารและของที่ระลึก

      เมื่อบินได้สักพักก็เริ่มลดระดับลงและ Landing ที่สนามบินชุมพรโดยสวัสดิภาพ (จริงๆ ไฟลท์นี้บินเพียง 45 นาทีเท่านั้น) จากนั้นก็เดินเข้าสู่อาคารและรับกระเป๋า

      เมื่อรับกระเป๋าแล้วเราก็เดินออกมาที่ทางออกฝั่งผู้โดยสารขาเข้าเพื่อไปหาเคาน์เตอร์ของบริษัทลมพระยากัน (ตั๋วรถ + เรือที่ซื้อจากเว็บไซต์ลมพระยาหรือจากหน้าร้านจะยังใช้ขึ้นรถและเรือไม่ได้ ต้องมาเช็คอินที่เคาน์เตอร์รับตั๋วจริงก่อนครับ)

 

ตั๋วนี้ซื้อจากร้านลมพระยาครับ ยังใช้ขึ้นรถและเรือไม่ได้ ต้องไปแลกเป็นตั๋วจริงที่เคาน์เตอร์ก่อน

 

     เมื่อแลกเป็นตั๋วจริงแล้วจะได้ตั๋วหน้าตาแบบนี้มา ตั๋วนี้ใช้ขึ้นรถตู้จากสนามบินไปท่าเรือเท่านั้น พอไปถึงท่าเรือแล้ว ก็ต้องเอาตั๋วสีชมพูด้านบนไปเช็คอินแลกเป็นตั๋วขึ้นเรืออีกครั้ง

 

     หน้าตาของรถตู้ที่จะพาเราจากสนามบินไปท่าเรือลมพระยา – ชุมพร (ท่าเรือทุ่งมะขามน้อย)

     รถตู้ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเศษก็พาเรามาถึงท่าเรือทุ่งมะขามน้อยเวลาตอนนั้นประมาณ 9.00 น. เราจะต้องรอเรือรอบบ่ายโมง (จริงๆ มีเรือรอบเช้าออก 7.00 น. แต่ถ้าเรามาเครื่องบินยังไงก็ไม่ทันเรือรอบนี้ ต้องมาค้างที่ชุมพรก่อนหนึ่งคืน หรือมารถทัวร์กลางคืนครับ) เมื่อมาถึงแล้วเราก็เดินตรงไปเช็คอินรับตั๋วขึ้นเรือที่เคาน์เตอร์และนำกระเป๋าไปวางเข้าคิวไว้ครับ

 

     บริเวณท่าเรือนั้นมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ มุมชาร์จแบตโทรศัพท์ และมินิมาร์ทไว้คอยบริการลูกค้าครับ นั่งรอเรือที่นี่สบายๆ ชิลๆ 😛

     ระหว่างนั่งรอเรือเราก็กินข้าว ดื่มกาแฟ ซื้อของกินนิดหน่อย แล้วก็ตระเตรียมของให้พร้อม พวกขนมของกินและเสบียงต่างๆ ไม่ต้องตุนไปมากก็ได้ ที่เกาะเต่ามีเซเว่นหลายแห่ง ราคาแพงกว่าบนฝั่งประมาณ 20% ถือว่าพอรับได้

     ประมาณสักเกือบๆ เที่ยงเรือเร็วคาตามารันก็มาถึงท่าเรือทุ่งมะขามน้อย โดยเป็นเรือที่รับคนมาจากเกาะสมุย เกาะพะงันและเกาะเต่า หลังจากที่ผู้โดยสารลงจากเรือหมดเจ้าหน้าที่ก็ตระเตรียมเรือและเรียกเราขึ้นเรือเวลาประมาณ 12.45 น. (กระเป๋าทุกอย่างเราต้องถือขึ้นเรือเองนะครับ ไม่มีคนมาโหลดให้ ดังนั้นไม่จำเป็นไม่ต้องเอาของหนักไปนะครับ เพื่อความคล่องตัว เพราะทางเดินไปขึ้นเรือค่อนข้างไกลพอควร)

เรือมาถึงแล้ว 🙂
ได้เวลาขึ้นเรือ
เรือลำใหญ่มาก นั่งได้เป็นร้อยสองร้อยคน
ที่นั่งภายในเรือ
ที่นั่งภายในเรือ

     เมื่อเราขึ้นเรือกันเรียบร้อยแล้ว เรือก็ออกเดินทางตอน 13.00 น. ตามตารางเป๊ะ วันนี้คลื่นๆ ค่อนข้างแรง ทะเลไม่ค่อยเรียบ ฝรั่งเมาเรืออาเจียนกันทั้งลำ พนักงานแจกถุงพลาสติกกันแทบไม่ทัน ใครที่เมาเรือง่ายก็อย่าลืมขอถุงพลาสติกจากพนักงานมาถือเตรียมไว้ด้วยนะครับ ด้วยความหวังดี 🙂

     เรือวิ่งออกมาประมาณชั่วโมงครึ่งก็แวะส่งผู้โดยสารที่จุดหมายแรกคือ เกาะนางยวน ที่อยู่ตรงข้ามเกาะเต่าก่อนจากนั้นก็ข้ามฝั่งมาส่งผู้โดยสารที่เกาะเต่าตามลำดับ

     จุดหมายแรกคือเกาะนางยวน

     เกาะเต่าอยู่ตรงข้ามเกาะนางยวนครับ

 

     เรือเทียบท่าเกาะเต่าเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเราก็ลงเรือรอรับกระเป๋าแล้วก็เดินทางสู่ที่พักของเราที่จองไว้ โดยทริปนี่พวกเราจองที่พักกันไว้ที่ Blue Heaven Resort Koh Tao ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงแรมที่วิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะเต่าครับ

 

     เมื่อเรามาถึงเกาะเต่าโดยสวัสดิภาพแล้ว ก็เดินทางไปโรงแรมกับรถของทางโรงแรมที่นัดหมายเราไว้ล่วงหน้าแล้ว จากนั้นก็พักผ่อนตามอัธยาศัย โดยรวมแล้วการนั่งเครื่องบินต่อด้วยเรือมาเกาะเต่านั้นเป็นวิธีที่สะดวก ไม่แพง และรวดเร็ว แบบทุกอย่างพบกันครึ่งทางครับ ทริปนี้เราเสียค่าเครื่องบินคนละ 890 บาท (รวมค่าโหลดกระเป๋า 20 กก. แล้ว) และค่ารถ + เรือจากสนามบินชุมพรไปเกาะเต่าอีก 800 บาท รวมแล้ว 1690 บาทเท่านั้น (ราคาเที่ยวเดียว) ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งในการเดินทางมาเกาะเต่าที่น่าสนใจมากครับ

      และผมขอทิ้งท้ายไว้สำหรับขากลับครับ การกลับด้วยเรือต่อด้วยเครื่องบินนั้นก็สามารถทำได้เช่นกัน ไม่ต่างจากขามา เพียงแต่ต้องเช็ครอบเรือและเที่ยวบินให้ดีก่อนจะจอง ซึ่งอาจจะใช้เวลานานหรือสั้นกว่าขามาก็ได้ ส่วนขากลับนั้นพวกเราใช้วิธีเรือและต่อด้วยรถของลมพระยาเลยครับ สะดวกดี โดยเรือออกจากเกาะเต่าเวลา 10.00 น. ถึงท่าเรือทุ่งมะขามน้อยเวลา 11.45 น. จากนั้นก็ขึ้นรถที่ท่าเรือเลยตอนบ่ายโมง และรถวิ่งยาวมาลงที่ลมพระยาสาขาถนนข้าวสารตอน 20.30 น. ถือว่าสะดวกมากครับ และเหตุผลที่เราเลือกใช้วิธีนี้กลับกรุงเทพเพราะว่าเราได้ไปดำน้ำลึก (Scuba Diving) หนึ่งวันก่อนกลับ ทำให้วันถัดมาเรานั่งเครื่องบินไม่ได้ เพราะหลังดำน้ำลึกนั้นห้ามขึ้นเครื่องบินในระยะ 24 ชั่วโมงเพือความปลอดภัย เราจึงเลือกเดินทางด้วยวิธีนี้ครับ

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

SHIPY SIWARIT TIASUWATTISETH : เขียน

HTTPS://WWW.FACEBOOK.COM/SHIPYSHIPDOTCOM

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s