[Review] China Southern Airline จาก Bangkok ไป Sydney (via Guangzhou)

     พวกเราวางแผนไปเที่่ยวออสเตรเลียกันครับ ไปกันแบบ Backpack โดยวางว่าจะไปสองเมืองหลักคือ Sydney และ Melbourne เที่ยวเมืองละ 3-4 วัน เราวางแผนกันนานร่วมปี ศึกษาข้อมูลกันด้วยตัวเองตั้งแต่ขอวีซ่า (ดูวิธีการขอวีซ่าออสเตรเลียออนไลน์แบบละเอียดยิบได้ที่นี่ครับ) วางแผนเที่ยว จองโรงแรม หาตั๋วเครื่องบิน สุดท้ายเราตัดสินใจบินไปด้วยสายการบินใหญ่ของจีนอย่าง China Southern Airline ที่มีฐานการบินอยู่ที่ Guangzhou และให้บริการแบบ Full service เพราะด้วยราคาที่เป็นมิตรมาก (ถูกกว่าบินตรงชนิดครึ่งต่อครึ่ง) แต่ต้องเปลี่่ยนเครื่องที่ Guangzhou เท่านั้น ซึ่งถือว่ายอมรับได้สำหรับเราครับ

     สำหรับไฟลท์ของเรานั้น เราเลือกที่จะไปลง Sydney โดยเปลี่ยนเครื่องที่ Guangzhou หนึ่งครั้ง ตามที่กล่าวไว้ รายละเอียดเที่ยวบินทั้งหมดเป็นดังนี้ครับ

ROUTE         : BANGKOK (BKK) – GUANGZHOU (CAN)
FLIGHT        : CZ358 – CHINA SOUTHERN AIRLINE
AIRCRAFT   : AIRBUS A321
DATE             : 12.05.2018
ETD               : 11:55AM (GMT+7)
ETA               : 03:30PM (GMT+8)
DURATION  : 2 HOURS 35 MINUTES
CABIN          : ECONOMY

————- LAYOVER 6 HOURS —————

ROUTE          : GUANGZHOU (CAN) – SYDNEY (SYD)
FLIGHT         : CZ325 – CHINA SOUTHERN AIRLINE
AIRCRAFT    : AIRBUS A330
DATE             : 12.05.2018
ETD                : 09:30PM (GMT+8)
ETA                : 08:55AM +1  (GMT+10)
DURATION     : 9 HOURS 25 MINUTES
CABIN            : ECONOMY

 

map.jpg

 

     เริ่มจากพวกเราไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลาประมาณ 9.00 น. (ก่อนบินจริง 3 ชั่วโมง) เพราะเช็คอินและรับ Boarding pass โดยเคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบิน China Southern อยู่ที่แถว U โดยผู้โดยสารมาต่อคิวกันยาวเหยียดตั้งแต่ก่อนเคาน์เตอร์เปิดแล้วครับ ผมเห็นท่าไม่ดีเลยรีบไปต่อคิวเลย เพราะลองเช็คอินออนไลน์มาแล้วทำไม่ได้ ระบบแจ้งว่าให้ติดต่อเคาน์เตอร์สนามบินเท่านั้น เลยไม่มีทางเลือก

 

1

2

3

4

 

     หลังจากต่อคิวร่วมๆ ชั่วโมงก็เช็คอินสำเร็จและได้ Boarding pass มา ซึ่งได้มาครบเลยจนถึง Sydney ไม่ต้องเช็คอินที่ Guangzhou อีกแล้ว อีกทั้งกระเป๋าเราก็ Checked Through เรียบร้อย ไปรับที่ Sydney ได้เลย วันนี้เราขึ้นเครื่องกับที่ประตู E-10 ซึ่งอยู่ไกลสุดทางเลยทีเดียว 😛

5

6

 

     หลังจากผ่านการตรวจ Security และผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) แล้ว ระหว่างนั้นเรามีเวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ จึงหาอะไรกินรองท้องก่อนที่จะถึงประตู E-10 ก่อนเครื่องออกประมาณ 40 นาที (ไปถึงแล้วป้ายขึ้น Final Call แล้ว แต่จริงๆ ยังไม่เริ่ม Boarding ด้วยซ้ำ)

 

7

8

9

 

     เมื่อไปถึงที่ Gate เจ้า A321 ก็จอดรอเราอยู่แล้ว

 

10

 

     นั่งรอประมาณ 10 นาที เข้าห้องน้ำห้องท่า ก็เริ่ม Boarding ตามเวลาเป๊ะ

 

11

12

13

 

     ที่นั่งชั้นประหยัดจัดรูปแบบ 3-3 Single Aisle ตามขนาดเครื่อง Narrow body ทั่วไป วันนี้ผู้โดยสารน่าจะเต็มเครื่องจากที่ดูด้วยสายตา

 

14

24

 

     ขนาดของที่นั่งบอกตรงๆ ว่ากว้างกว่า Low cost เล็กน้อยเท่านั้น คนสูง 183 cm อย่างผมนั่งแล้วรู้สึกขยับตัวได้ไม่มากเท่าไหร่ (ถ้าคนตัวใหญ่ๆ แบบฝรั่งนั่ง อาจจะอึดอัดเลย) แต่ก็ไม่น่ากังวลอะไรมากเพราะบินไฟลท์นี้แค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น

     ส่วนกระเป๋าเก็บเอกสารหน้าที่นั่งนั้นยกขึ้นมาสูงระดับสายตา ทำให้ที่นั่งดูกว้างมาหน่อย มีแค่เอกสารความปลอดภัยที่เป็นภาษาอังกฤษ ส่วนนิตยสารเป็นภาษาจีนทั้งเล่ม

16

15

 

1253.JPG

 

      หลังจากที่บรรดาผู้โดยสารเข้าที่เรียบร้อย เครื่องก็ Push Back และ Take off ตามเวลาไม่มีดีเลย์ หลังจากตั้งลำได้ สัญญาณรัดเข็มขัดดับลง ก็เริ่มสำรวจห้องน้ำก่อนเป็นอันดับแรก โดยรวมสะอาดพอใช้ อุปกรณ์มีครบตามมาตรฐานทั่วไป

 

19

18

20

 

     จากนั้นทางพนักงานก็เริ่มบริการจากเครื่องดื่ม Soft Drink ก่อน เลยสั่งโค้กและน้ำมะเขือเทศมาคนละแก้ว

 

21

 

     จากนั้นก็เริ่มบริการอาหารร้อน ซึ่งพนักงานเดินไล่เสิร์ฟ โดยไม่ถามเลยว่าจะเลือกอะไร เข้าใจว่าไฟลท์นี้มีเมนูเดียว คือ ข้าวราดปลาผัดขิง เข้าใจว่าทำโดยครัวที่เมืองไทยนี่แหละ เพราะขนมและเนยที่มาด้วยก็ฉลากภาษาไทย รสชาติถือว่ากลมกล่อมอร่อยทีเดียว กินกันเกลี้ยง

 

22

23

 

     จากนั้นก็นั่งชมวิวพักผ่อนไปอีกประมาณชั่วโมงเศษๆ เครื่องก็ลดระดับและลงจอดที่ Guangzhou Baiyun International Airport โดยไปจอดที่ลานจอดและให้ผู้โดยสารเข้าสู่ Terminal ด้วย Bus Gate (ไม่ได้จอดเทียบ Air Bridge Gate)

     เมื่อเข้าไปใน Terminal แล้วพวกเราก็เดินตามลูกศรบอกทางที่ชี้ไปทาง International Transfer เพราะเรามาต่อเครื่องแบบไม่ใช้วีซ่าเข้าจีน

 

25

26

 

     ก่อนที่เราจะไปผ่านกระบวนการสแกนตรวจความปลอดภัย Security ก่อนต่อเครื่อง เราจะต้องผ่านการตรวจบัตรโดยสาร (ไม่ใช่เช็คอิน) กับทางเจ้าหน้าที่ของสายการบินก่อน ซึ่งจะมีเคาน์เตอร์ตั้งอยู่ก่อนถึง Security

 

27

 

     หลังจากผ่านกระบวนการสแกนตรวจความปลอดภัย Security แล้ว พวกเราก็ไปดูที่หน้าจอว่าไฟลท์ของเราที่จะเดินทางไป Sydney นั้นอยู่ที่ Gate ไหน สนามบินที่นี่ใหญ่พอสมควรและมีหลาย Gate มาก หากจะเดินเล่นหรือรับประทานอาหารควรเผื่อเวลาด้วยเพื่อป้องกันการตกเครื่อง แต่พวกเรามีเวลาประมาณ 5 ชั่วโมงจึงสบายหายห่วง หาอะไรลงท้อง เดินเล่นดูของในร้านต่างๆ ล้างหน้าล้างตาก่อนขึ้นเครื่อง ชิลล์ๆ 😛

     ไฟลท์ของเราที่ไป Sydney วันนี้จะขึ้นเครื่องที่ทางออก A-105 เกือบสุดทางของ Terminal เลย

 

28

29

30

31

 

     ประมาณก่อนเครื่องออก 45 นาทีก็เริ่ม Boarding

 

001

002

 

     ชั้น Economy ของเครื่อง A330 นี้จัดที่นั่งแบบ 2-4-2 พวกเราเลือกนั่งที่นั่งสองที่ติดหน้าต่าง ที่นั่งกว้างมาก (ผมว่ากว้างกว่าการบินไทยด้วย) ยืดขาสบายมาก และสำหรับไฟลท์ยาวๆ แบบนี้ China Southern Airline เค้ามีหมอนและผ้าห่มบริการทุกที่นั่ง ส่วนความบันเทิงนั้นมี PTV และหูฟังให้ หนังและเพลงค่อนข้างอัพเดตพอสมควร แต่อุปกรณ์ทำงานช้าไปหน่อย แตะแล้วต้องรอสักพัก เหมือนแทบเล็ตที่เมมโมรี่ใกล้เต็มประมาณนั้น (แต่เราก็ไม่ได้อะไรมาก เพราะกะขึ้นเครื่องมากินแล้วก็นอน วันรุ่งขึ้นไปถึง Sydney จะได้เที่ยวแบบเต็มที่)

 

32

34

33

35

36

 

     หลังจากที่โหลดผู้โดยสารครบแล้วเครื่องก็ Push back และ Take off ก่อนเวลาจริงเกือบ 15 นาที หลังจากเครื่องตั้งลำได้แล้ว ก็มาเริ่มสำรวจห้องน้ำก่อน ซึ่งโดยรวมก็เหมือนกับไฟลท์ที่เราบินจากกรุงเทพมากวางโจว เพียงแต่มีน้ำหอมสำหรับดับกลิ่นเพิ่มมาด้วย ความสะอาดถือว่าดีเลยครับ

 

37

38

 

     จากนั้นพนักงานต้อนรับก็เริ่มให้บริการอาหารมื้อแรก ซึ่งเป็นมื้อเย็น มี 2 ตัวเลือกคือแบบจีน (ข้าวหมูผัดซีอิ๊ว) และแบบฝรั่ง (ไก่อบมันฝรั่ง) เราสั่งมาคนละอย่างแล้วเอามาลองแชร์กัน รสชาติถือว่าใช้ได้ครับ กินกันเกลี้ยงตามเคย 😀

 

39

40

 

     จากนั้นเมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน นอนหลับพักผ่อนกันตามระเบียบ แต่ก็หลับๆ ตื่นๆ สรุปได้นอนกันคนละ 4-5 ชั่วโมง พอก่อนเครื่องลงสัก 2 ชั่วโมง บนเครื่องก็เปิดไฟปลุกเรา พร้อมกับบริการอาหารเช้า โดยมี 2 ตัวเลือกเช่นเคย คือ แบบจีน (หมั่นโถว ขนมจีบ บ่ะจ่าง) และแบบฝรั่ง (ไข่ออมเล็ตและแฮชบราวน์) เราก็สั่งมาคนละอย่างแชร์กันเหมือนเดิม

 

41

42

 

     เมื่อกินอิ่ม ตะวันก็เริ่มขึ้น มองออกไปเริ่มเห็นแผ่นดินออสเตรเลียแล้ว (ตื่นเต้นๆ)

 

43

 

     เมื่อเครื่องใกล้ถึงสนามบิน Sydney (สังเกตจากหน้าจอ PTV) กัปตันก็วนเครื่องก่อน 1 รอบ คิดว่าเป็นเพราะลงจอดยังไม่ได้ต้องบินวนรอรันเวย์ว่าง จากนั้นก็ตั้งลำ ลดระดับ และพาพวกเราแลนด์ดิ้งที่ Sydney Kingsford Smith International Airport อย่างปลอดภัยและ Taxi ไปจอดเทียบ Air Bridge Gate ระหว่างทางก็ผ่านฝูงบินของ Qantas เจ้าถิ่น สิริรวมเวลาบินวนแล้วเราถึงปลายทางล่าช้าไปประมาณ 30 นาที (แต่ตอนออกจากกวางโจวออกก่อนเวลา)

 

44

45

 

     เมื่อลงเครื่องมาแล้วเราก็เดินตามทางเรื่อยๆ เพื่อไปผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง (สังเกตที่ป้ายบอกทาง Standing นั้นมีภาษาไทยด้วย)

 

46

47

 

 

     เมื่อด่าน ตม. ออสเตรเลีย เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเราก็ไปรับกระเป๋าที่ายพานหมายเลข 11 ตามประกาศแจ้งบนหน้าจอ เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการเดินทางจากกรุงเทพ ไปยังดินแดนจิงโจ้และก็ได้เวลาออกไปเที่ยว Sydney กันตามแผนที่เราวางไว้ – Welcome to Australia !

 

48

49

50

 

     โดยรวมพวกเราถือว่าการบริการของสายการบินนี้ค่อนข้างน่าประทับใจเลยทีเดียวทั้งในเรื่องของบริการ อาหารและความสะดวกสบาย ติดตรงที่เที่ยวบินเรามาถึงช้าไปหน่อยเท่านั้น แต่ก็ถือเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งการบินมาออสเตรเลียแบบนี้ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจหากใครต้องการเดินทางแบบ Full service และราคาที่เอื้อมถึงได้สบายๆ

 

51

 

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

SHIPY SIWARIT TIASUWATTISETH : เขียน

https://www.facebook.com/shipyshipdotcom

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s