เที่ยวรัสเซียวันที่ 7 : ช็อปปิ้งก่อนกลับบ้าน

         หลังจากที่นอนหลับฝันดีบนรถไฟจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มาตื่นอีกทีก็ฟ้าสางที่มอสโคว (สถานีรถไฟเลนินกราดสกี้) ประมาณหกโมงครึ่ง พอรถไฟจอดสนิทผมก็เดินออกจากรถไฟพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ 1 ใบและกระเป๋าเป้ 1 ใบ ผมตั้งใจว่าจะนำกระเป๋าใบใหญ่ไปฝากที่ห้องรับฝากกระเป๋าเหมือนวันที่ผมจะนั่งรถไฟไปเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ระหว่างที่กำลังเดินไปห้องฝากกระเป๋านั้นผมเห็นสิ่งที่ประทับใจอย่างหนึ่งเลยก็คือบางคนนั้นมีญาติ มีพี่น้อง มีแฟน มีคนที่รักมารอรับที่ทางออกสถานีรถไฟ ซึ่งใบหน้าของคนที่ได้พบกันหลังจากต้องห่างกันนั้นทุกคนดูมีความสุขมาก คนรัสเซียไม่ค่อยยิ้มครับ แต่พอได้เห็นพวกเค้ายิ้มนั้นแสดงออกได้ชัดเจนว่าเค้ามีความสุขมากจริงๆ เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมรู้สึกประทับใจอีกสิ่งในระหว่างทริปนี้ของผม เรื่องนี้ทำให้ผมเชื่อในคำกล่าวที่ว่า “ในตอนคนที่เรารักเค้าอยู่กับเรานั้น เราควรแสดงออกกับเค้าให้ดีที่สุด เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง”

          หลังจากนั้นผมก็นำกระเป๋าไปฝากไว้ที่ชั้นใต้ดินที่เดิมกับในวันที่จะไปเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อที่จะได้เที่ยวได้อย่างคล่องตัว เพราะวันนี้ผมมีแพลนที่จะปิดงานที่มอสโควให้เรียบร้อยก่อนจะเดินทางกลับเมืองไทย เมื่อฝากกระเป๋าแล้วก็ล้างหน้าล้างตาทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย แต่ก่อนที่จะออกไปทำภาระกิจให้ลุล่วงผมก็ไม่ลืมสิ่งสำคัญคือ “กองทัพต้องเดินด้วยท้อง” ผมก็เลยจัดการหาอาหารเช้ารับประทานภายในสถานีรถไฟนั่นแหละ ซึ่งมีมินิมาร์ทอยู่ 2 – 3 ร้านให้เข้าไปเลือกซื้ออาหารเบาๆ ง่ายๆ มาใส่ท้อง เมื่ออิ่มท้องแล้วก็พร้อมลุยครับ ประมาณสักเกือบแปดโมงฟ้าเริ่มสว่างผมก็ออกเดินทางทันที โดยเป้าหมายแรกของผมนั้นก็คือมหาวิทยาลัยมอสโคว (Moscow University) ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของรัสเซียสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1755 มีจุดเด่นอยู่ที่ตึกสตาลิน (Stalin Building) ที่เป็นตึกขนาดใหญ่มียอดแหลมเสียดฟ้า

      ผมการเดินทางไปมหาวิทยาลัยมอสโควจากสถานีรถไฟเลนินกราดสกี้นั้นทำได้โดยนั่งเมโทรสายที่ 1 (สีแดง) จากสถานี Komsomolskaya ที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟ ไปทั้งสิ้น 11 สถานีต่อเดียวเลยจนถึง Universitet (Университет) จากนั้นเมื่อออกจากสถานีแล้วจะพบทางสี่แยกและเห็นรั้วของมหาวิทยาลัยมอสโควอยู่ตรงหน้า ให้เราเดินไปตามแนวรั้วประมาณ 500 เมตรก็จะเจอทางเข้าหลักของมหาวิทยาลัย เมื่อเดินเข้าไปสัก 200 เมตรก็จะพบตึกสตาลินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ โดยเราสามารถพบเห็นตึกในรูปแบบเดียวกันนี้ได้ตามจุดต่างๆ ในมอสโควครับ ซึ่งมีทั้งสิ้น 7 แห่ง ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากว่าสมัยยุคโจเซฟ สตาลินเป็นผู้นำอาณาจักรโซเวียตและเพิ่งชนะสงครามนั้นต้องการให้ประกาศให้ชาวโลกรู้ถึงความเกรียงไกรของโซเวียต และเพราะว่าตอนนั้นสตาลินกลัวจะอับอายเมืองหลวงของประเทศอื่นๆ ที่มีตึกสูงอยู่มากมาย จึงสั่งให้สร้างตึกสูงเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อประกาศศักดานั่นเอง

          ภายในมหาวิทยาลัยมอสโควนั้นเงียบสงบและมุมสวยๆ ที่แอบแฝงไปด้วยความยิ่งใหญ่ให้ได้สัมผัสและเก็บภายอยู่หลายมุม (ผมเองตอนนั้นนึกว่าตัวเองเข้าไปอยู่ใน Balamb garden ในเกมส์ Final Fantasy 8 ซะอย่างงั้น ก็คิดไปได้อ่ะเนอะ)

1

ออกจากสถานีเมโทรมาก็เจอรั้วของมหาวิทยาลัยมอสโควอยู่ตรงหน้าและยอดตึกสตาลินอยู่ไกลๆ

2

ทางเดินริมรั้วมหาวิยาลัยมอสโคว

3

ตึกสตาลินภายในมหาวิทยาลัยมอสโคว

          ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่ไม่นานนัก เพราะถึงแม้อาณาบริเวณจะยิ่งใหญ่และสวยงามก็เถอะ แต่ในใจผมตอนนั้นกลับคิดอยากจะไปเดินซื้อของฝากเสียอย่างงั้น เรียกว่าใจอยากช็อปปิ้งเต็มแก่แล้ว ประมาณสักเก้าโมงเศษ ผมก็ขออำลามหาวิทยาลัยมอสโคว เพื่อไปเดินดูของฝากครับ โดยเป้าหมายของผมในการซื้อของฝากที่หลายคนจากทุกมุมโลกแนะนำว่าราคาสมเหตุสมผลที่สุดคือตลาดอิซเมลลอฟสกี้ (Izmailovsky market) ซึ่งเปรียบได้กับตลาดนัดจตุจักรบ้านเราครับ การเดินทางไปตลาดอิซเมลลอฟสกี้นั้นผมใช้เมโทรจากสถานี Universitet หน้ามหาวิทยาลัยมอสโคว สายที่ 1 (สีแดง) ย้อนไป 7 สถานีเพื่อเปลี่ยนขบวนที่สถานี  OKHOTNY RYAD (สถานีเดียวกับจัตุรัสแดง) โดยเปลี่ยนเป็นสายที่ 3 (สีน้ำเงิน) แล้วนั่งต่อไปอีก 5 สถานี เพื่อไปลงสถานี Partizanskaya (Партизанская) ซึ่งสถานีนี้มีทางออกเดียวคือทางหัวขบวน เมื่อออกมาแล้วจะเจอบริเวณที่เป็นกลุ่มอาคารและร้านค้าอยู่ด้านหน้าสถานี ผมก็ข้ามถนนและเดินทะลุบริเวณอาคารและร้านค้านั้นไปประมาณ 500 เมตรจะเจอตลาดอิซเมลลอฟสกี้ตั้งอยู่ตรงหน้าเลยครับ สังเกตจากยอดหลังคาคล้ายปราสาทเทพนิยายในสวนสนุก

          ตลาดอิซเมลลอฟสกี้ซึ่งเป็นตลาดนัดคล้ายกับตลาดจตุจักรของประเทศไทยเรา ตั้งอยู่ค่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงมอสโคว เปิดทุกวันตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 18.00 น. แต่จะคึกคักในวันเสาร์และอาทิตย์ เพราะร้านค้าต่างๆ จะเปิดกันครบเกือบทุกร้าน ส่วนวันธรรมดาจะค่อนข้างเงียบเหงา ภายนอกตลาดมองไปจะคล้ายสวนสนุก เพราะมียอดหลังคาคล้ายปราสาทในนิทานอีสปมากกว่าเป็นตลาดนัด ภายในแบ่งออกเป็นสองโซนหลัก คือ โซนขายของฝากที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเลือกซื้อของทีระลึก เพราะราคาถูกกว่าซื้อตามแหล่งท่องเที่ยวอื่นและต่อรองราคาได้ อีกโซนเป็นพื้นที่ขายของเก่าหรือของมือสอง (คล้ายคลองถมหรือบ้านหม้อ) ของที่ผู้คนเอามาขายในโซนนี้ก็อย่างเช่นอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ วัตถุโบราณ เป็นต้น  ตลาดอิซเมลลอฟสกี้จึงเป็นอีกสถานที่ที่นักท่องเที่ยวขาช็อปปิ้งที่นิยมของราคาไม่แพงไม่ควรพลาด

4

000

ด้านหน้าของตลาดอิซเมลลอฟสกี้ ที่ดูไปแล้วคล้ายสวนสนุกมากกว่าตลาดนัดเสียอีก

          โดยโซนที่ผมตั้งใจที่จะเข้าไปละลายทรัพย์ในวันนี้คือโซนของฝากครับ แต่ถึงกระนั้นวิญญาณนักเดินทางและนักสำรวจของผมยังคงทำงานได้ดีอยู่ครับ ผมจึงขอเดินไปดูโซนของเก่ากันก่อน เพื่อที่จะได้รู้ว่าคนที่นี่เขาซื้อขายอะไรกันบ้าง มีอะไรให้เปิดหูเปิดตาบ้าง ซึ่งก็ไม่ทำให้ผมผิดหวังครับ เพราะที่นี่มีอะไรให้ต้องตะโกนในใจว่า “โหดสัส….รัสเซีย” จริงๆ เพราะของเก่าที่ว่านั้นมีตั้งแต่ของใช้ตามบ้าน เครื่องมือเก่าต่างๆ กาน้ำร้อนสไตล์รัสเซีย (Samovar) หรือรวมไปถึงของแปลกๆ อย่างอาวุธปืนเก่าๆ ไม่ใช้แล้ว หรือจะเป็นระเบิดเก่าๆ ก็ยังมีขาย (คุณฟังไม่ผิดหรอกครับ !!! ระเบิดของจริง สำหรับเครื่องยิงหัวจรวดก็มีขาย) ทำให้การเดินในโซนของเก่านี้มันช่างเป็นอะไรที่เข้าถึงเอกลักษณ์ของรัสเซียได้แบบถึงแก่นในจริงๆ

5

6

8

รูปบรรยากาศโซนขายของเก่า

7

ระเบิดเก่าๆ ก็มีขายนะครับ เผื่อใครจะซื้อกลับมาประดับบ้าน แต่ผมไม่ได้ซื้อนะ ถ้าซื้อป่านนี้คงไม่ได้กลับเมืองไทยแน่ๆ โดนกักตั้งแต่สนามบินเป็นแน่

         เมื่อเดินชมวิถีการค้าของเก่าของชาวรัสเซียกันไปแล้ว ผมก็ก็ย้ายกลับมาโซนของฝากตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งของฝากที่ผมจะพลาดไม่ได้เลยก็คือตุ๊กตามาโตรสก้า (Matryoshka) หรือตุ๊กตาแม่ลูกดก ที่เป็นสัญลักษณ์ของรัสเซีย ซึ่งราคาของตุ๊กตามาโตรสก้าที่ตลาดแห่งนี้นั้นถูกกว่าที่เราเห็นตามสถานที่ท่องเที่ยวแทบจะครึ่งๆ เลยทีเดียว หากซื้อจำนวนมากก็สามารถต่อรองหรือขอของแถมได้ โดยคนขายที่นี่พูดอังกฤษได้ทุกร้าน เป็นสถานที่แรกและสถานที่เดียวตั้งแต่มาเยือนรัสเซียที่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร หรือใครที่ชอบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินเป็นการส่วนตัว ที่นี่ก็มีคอลเลกชั่นต่างๆ ที่มีรูปประธานาธิบดีให้เลือกได้ตามใจชอบครับ ส่วนตัวผมได้ของฝากมาหลายชิ้นเลย เพราะราคาที่เห็นว่ามันถูกกว่าข้างนอก เลยเล่นมาซะเยอะ

9

10

บรรยากาศภายในโซนของฝากภายในตลาดอิซเมลลอฟสกี้

          หลังจากที่ใช้เวลาช็อปปิ้งจนสาแก่ใจแล้ว เวลาสักบ่ายโมงกว่า (ก็ควรจะสาแก่ใจแหละครับ อยู่ที่นี่ร่วมๆ 3 ชั่วโมง) ผมก็ขอกลับไปทำตามสัญญาที่ให้ไว้ก่อนหน้าในวันที่ผมจะจากมอสโควไปเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งก็คือผมจะเข้าไปชมภายในมหาวิหารเซนต์เบซิล (St.Basil Cathedral) และห้างสรรพสินค้ากุม (Gum Department store) ให้ได้ ที่ไม่ได้ชมภายในทั้งสองแห่งนี้ในวันนั้นก็เพราะว่าวิหารเซนต์เบซิลปิดในวันอังคารและผมไม่มีเวลาพอในการชมห้างกุม ว่าแล้วก็ไม่รอช้ารีบรุดหน้าไปสถานีเมโทร Partizanskaya ทันที แต่ว่าตอนไปถึงสถานีมองไปเห็นร้าน Subway อยู่ใกล้ๆ ก็เกิดอาการเดิมครับ คือ “หิว” ก็เลยจัดแซนด์วิชพร้อมกาแฟก่อนจะเดินหน้าลุยกันต่อ โดยผมนั่งเมโทรสายที่ 3 (สีน้ำเงิน) ย้อนไป 5 สถานีตามเดิมเพื่อไปลงสถานี Ploshchad Revolyutsii (Площадь Революции) แล้วไปออกที่ทางออกของสถานี OKHOTNY RYAD เพื่อไปโผล่ที่จัตุรัสแดง

          หลังจากที่มาถึงจัตุรัสแดงแล้วผมก็ขอเดินตัดกลางจัตุรัสเพื่อไปที่มหาวิหารเซนต์เบซิลในทันที เพราะอดใจรอที่จะชมความงามภายในไม่ไหวแล้ว มหาวิหารเซนต์เบซิลสร้างขึ้นโดยรับสั่งพระเจ้าอีวานที่ 4 หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “อีวานผู้โหดร้าย (Ivan The Terrible)” ในปี ค.ศ. 1555 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแด่ชัยชนะในสงครามกับชนเผ่ามองโกลเมื่อครั้งปี ค.ศ. 1552 ซึ่งทำให้พระเจ้าอีวานที่ 4 สามารถรวมชาติได้เป็นปึกแผ่น วิหารเซนต์เบซิลถูกสร้างและออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ พอสต์นิค ยาคอฟเลฟ (Postnik Yakovlev) ตัววิหารถูกแบบตามความเชื่อแบบออธอดอกซ์ มียอดโดมทั้งหมด 9 ยอด โดยยอดหนึ่งอยู่ตรงกลาง ส่วนอีก 8 ยอดที่เหลือล้อมรอบยอดโดมแรกจึงทำให้ตัววิหารมีลักษณะเป็นรูปแปดเหลี่ยม เมื่อสร้างเสร็จแล้วพระเจ้าอีวานที่ 4 ทรงพอพระทัยในความงามเป็นอย่างมาก จึงมอบรางวัลแด่สถาปนิกผู้ออกแบบโดยการรับสั่งให้ควักลูกตาทั้งสองข้างของสถาปนิกผู้นั้นออกเสียเพื่อที่จะได้ไม่สามารถสร้างสิ่งที่งดงามเช่นนี้ได้อีกต่อไป ซึ่งเป็นที่มาของฉายาอีวานผู้โหดร้าย

      วิหารเซนต์เบซิลเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามของสถาปัตยกรรมภายในทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึง 17.00 น. ค่าบัตรเข้าชมคนละ 350 รูเบิล (ประมาณ 210 บาท)

          ภายในวิหารเซนต์เบซิลผมได้พบกับความสวยงามของสถาปัตยกรรมเรียกได้ว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกทั้งจิตรกรรมภาพเขียนบนผนังและเพดาน ตลอดจนงานประติมากรรมต่างๆ ที่ประดับตกแต่งอยู่ทั่ววิหาร และบริเวณชั้นบนของวิหารยังสามารถมองเห็นทัศนียภาพของบริเวณจัตุรัสแดงได้อย่างสวยงามอีกด้วย เป็นอีกวิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งที่จะเข้ามาชม เพราะเรามักจะคุ้นเคยมุมมองของมอสโควจากจัตุรัสแดงที่มองเห็นแค่ภายนอกของวิหารแห่งนี้ แต่การได้เข้ามาชมภายในวิหารที่เป็นภาพที่คนทั่วโลกรู้จักนั้น มันเป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเรานั้น Exclusive จริงๆ

11

14

มุมใกล้ๆ ของมหาวิหารเซนต์เบซิล

12

ตั๋วเข้าชมวิหารเซนต์เบซิลราคา 350 รูเบิล (ประมาณ 210 บาท)

13

15

สถาปัตยกรรมภายในวิหารเซนต์เบซิล

          หลังจากที่ชื่นชมความงามของวิหารแล้ว สักประมาณบ่ายสามโมงกว่าๆ ผมก็ขอไปดูอะไรที่มันโมเดิร์นๆ อย่างห้างสรรพสินค้ากุมที่อยู่ใกล้ๆ กันบ้างครับ โดยระหว่างทางที่เดินไปห้างสรรพสินค้ากุมจากวิหารเซนต์เบซิลนั้น ผมไปเจอคนยืนมุงดูสิ่งๆ หนึ่งที่เป็นคล้ายๆ บ่อวงกลมและมีบันไดให้ขึ้นไปดูด้านบน เลยขึ้นไปดูเหมือนชาวบ้านเขาหน่อยเดี๋ยวจะตกเทรนด์ พบว่าของในบ่อวงกลมนั้นมีแท่นหิน อยู่ 1 แท่น และมีเศษเหรียญกระจายอยู่เต็มขอบแท่นหินและข้างแท่นหินเต็มไปหมด และเจอคนพยายามที่จะโยนเหรียญให้ลงตรงกลางของแท่นหินนั้นเพื่อความโชคดีหรือการโยนเหรียญเพื่อเสี่ยงทายเรื่องคำอธิษฐาน (ผมเดาเอานะ…..แต่คงไม่พ้นเรื่องประมาณนี้เป็นแน่) ดูแล้วก็เป็นเรื่องแปลกสำหรับทริปนี้อีกเรื่องหนึ่งครับ จึงอดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปแปลกมาเก็บเอาไว้

16

17

แท่นหินในบริเวณจัตุรัสแดงที่คนไปโยนเหรียญเสี่ยงทาย

           จากนั้นผมก็ขอเข้าไปในห้างกุมดีกว่า อยากรู้แล้วว่าภายในห้างเป็นยังไงบ้าง (ผ่านตั้งหลายรอบแล้วแต่ยังไม่ได้เข้าไปสักกะที) ห้างสรรพสินค้ากุมเป็นห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงมอสโควตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียต ห้างแห่งนี้ตั้งอยู่กลางจัตุรัสแดง เน้นขายสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ ที่คนทั่วไปรู้จักกันดี อารมณ์เหมือนสยามพารากอนหรือเอมโพเรียมของบ้านเราครับ ตัวอาคารทั้งภายในและภายนอกของห้างออกแบบอย่างสวยงาม ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่ได้สนใจซื้อสินค้าแบรนด์เนมก็เหอะ เพราะราคาก็ไม่ได้ต่างไปจากประเทศไทยเท่าไรนัก แต่ก็ขอแนะนำให้ลองเข้าไปภายในห้างดูสักครั้งเพื่อชมความงามของสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและมีอายุมายาวนานกันดู มันเป็นอะไรที่ดูแล้วมีชีวิตชีวาไปอีกแบบ ห้างสรรพสินค้ากุมเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 10.00 น. ถึง 22.00 น.

18

ทางเดินด้านข้างห้างกุม

19

ป้ายเล็กๆ บริเวณทางเข้าห้าง

23

20

ช่วงที่ผมไปใกล้คริสมาสต์แล้ว ห้างเลยมีการประดับประดาด้วยธงราวและต้นคริสมาสต์ทั่วห้าง

21

เซลฟี่กับห้างกุมสักหน่อย (แม้ว่านาทีนั้นจะไม่ได้อาบน้ำกว่า 40 ชั่วโมงแล้วก็ตาม)

22

เห็นไอศกรีมน่ากินดูราคา 50 รูเบิล (ประมาณ 30 บาท) เลยลองรสสตรอเบอรี่ดู (เพราะเข้ากับหน้าที่่สุดแล้ว 😉 ) แต่กินได้แค่ครึ่งเดียวครับ เพราะอากาศหนาวกินต่อไม่ไหว

          เมื่อเดินเล่นห้างสรรพสินค้าจนทั่วแล้ว มองนาฬิกาก็เวลาประมาณเกือบห้าโมงเย็นแล้ว ซึ่งก็คงเป็นเวลาที่ผมจะต้องเซย์กู๊ดบายรัสเซียเพื่อกลับเมืองไทยแล้วล่ะครับ เพราะไฟลท์กลับไทยของผมนั้นเวลาสามทุ่ม จะว่าไปนาทีนั้นใจหายเลยนะ อยู่กันมาตั้งหลายวัน แต่เหมือนแป๊บเดียวเอง แต่งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกราครับ เรามีหน้าที่ต้องทำก็ต้องรับผิดชอบมันด้วย ว่าแล้วก็ขอโบกมือลาห้างกุมและขึ้นเมโทรกลับไปที่สถานีรถไฟเลนินกราดสกี้เพื่อไปรับกระเป๋าที่ฝากไว้ ก่อนที่จะขึ้นเมโทรที่สถานี Komsomolskaya หน้าสถานีรถไฟ โดยขึ้นสายที่ 5 สีน้ำตาลไป 4 สถานี เพื่อไปลงสถานี Belorussakaya (Белорусская) เพื่อที่จะได้ขึ้นรถไฟด่วน Aeroexpress ไปยังสนามบิน Sheremetyevo (หลายต่อมากๆ นี่คือเหตุผลทีต้องออกมาล่วงหน้าเกือบสี่ชั่วโมงก่อนไฟลท์ออกครับ) เมื่อถึงสนามบินก็จัดการแลกเงินรูเบิลกลับคืนเป็นเงินดอลลาห์ให้เรียบร้อย (ผมไม่ลืมที่จะเก็บเงินรูเบิลส่วนหนึ่งติดกระเป๋าไว้เป็นที่ระลึกครับ) จากนั้นก็ไปเช็คอินและผ่านพิธีการทาง ตม. โดยยื่นใบขาออก (ที่ได้มาตอนขาเข้า)และใบ Visa Register และผ่านขั้นตอนความปลอดภัยตามระเบียบ มารู้ตัวอีกทีก็รู้สึกว่ลืมกินข้าวอีกแล้ว แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ข้างในหลังจากผ่าน ตม. ไปแล้วไม่ค่อยมีอะไรให้กินเลย หรืออาจะเป็นเพราะเบื่ออาหารรัสเซียแล้วจึงเห็นว่าทุกอย่างน่าเบื่อไปเลยก็เป็นได้ ระหว่างนั่งรอขึ้นเครื่องก็คิดถึงหลายๆ สิ่งที่ผ่านมาตลอดทั้งทริปว่าเจออะไรมาบ้าง มาเที่ยวคนเดียวทำให้ผมได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ได้มองเห็นว่าความสวยงามของดินอดนหลังม่านเหล็กที่ฝันว่าอยากมาเยือนตั้งนานแล้วนั้นมันอลังการสมคำร่ำลือจริงๆ ได้เห็นวิถีชีวิตผู้คนชาวรัสเซียว่าเค้าเป็นยังไง ได้เปิดตาเปิดสมองเปิดใจว่าโลกนี้ช่างกว้างใหญ่และพร้อมเสมอให้เราได้ค้นหา และได้รู้สึกภูมิใจที่ผมสามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเองได้ ทริปนี้เป็นทริปที่มีความสุขมากครับ ทำให้มีพลังงานในการกลับไปต่อสู้กับชีวิตได้อีกเป็นกอง เพราะผมเชื่อเสมอว่า “Moving is living” 🙂

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

SHIPY SIWARIT TIASUWATTISETH : เขียน

https://www.facebook.com/shipyshipdotcom

Advertisements

3 thoughts on “เที่ยวรัสเซียวันที่ 7 : ช็อปปิ้งก่อนกลับบ้าน

  1. ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำบรรยายอย่างละเอียด จะเปิดทริปตามรอยไปกรกฎานี้ค่ะ

    Like

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s